ครูสุภาณี ครูสุภาณี

ทดสอบเปลี่ยนชื่อบล็อก

ส่งแผนการสอน วิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 หน่วยที่ 4 ชั่วโมงที่ 13-20 ปีการศึกษา 2553

ครูหมวย

by ครูสุภาณี @February,15 2011 22.31 ( IP : 118...35 )

  แผนการจัดการเรียนรู้

กลุ่มสาระการเรียนรู้  ภาษาไทย รหัสวิชา  ท ๑๑๑๐๑     ชั้น  ประถมศึกษาปีที่  ๑

หน่วยการเรียนรู้ที่  ๔  เรื่อง  สนุกเหลือ  อะ  อี  อี  อุ  เอะ  และ  แอะ    ภาคเรียนที่  ๑  เวลา  ๒๐  ชั่วโมง  คะแนน  ๑๐  คะแนน

ผู้สอน  นางสาวสุภาณี  วโรทัยพัฒนพงษ์ โรงเรียนเทศบาลตำบลปริก              (ชม.ที่ ๑๓-๑๖)

มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ท 1.1  ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อนำไปใช้ตัดสินใจ  แก้ปัญหาในการดำเนินชีวิต และมีนิสัยรักการอ่าน

ตัวชี้วัด

ท 1.1 ป 1/1  อ่านออกเสียงคำ คำคล้องจอง และข้อความสั้นๆ

ท 1.1 ป 1/2  บอกความหมายของคำ และข้อความที่อ่าน

ท 1.1 ป 1/3  ตอบคำถามเกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน

ท 1.1 ป 1/8  มีมารยาทในการอ่าน

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ท 2.1  ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเรื่องราว ในรูปแบบต่างๆ เขียนรายงานข้อมูล

สารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมีประสิทธิภาพ

ตัวชี้วัด

ท 2.1 ป 2/1  คัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัด

ท2.1ป2/2 เขียนสื่อสารด้วยคำและประโยคง่ายๆ

ท2.1ป2/3 มีมารยาทในการเขียน

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ท 3.1สามารถเลือกฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ  และพูดแสดงความรู้ ความคิด และความรู้สึกในโอกาสต่างๆ  อย่างมี

วิจารณญาณและสร้างสรรค์

ตัวชี้วัด

ท3.1 ป1/1 ฟังคำแนะนำ คำสั่งง่ายๆ และปฏิบัติตาม

ท3.1 ป1/2 ตอบคำถามและเล่าเรื่องที่ฟังและดู ทั้งที่เป็นความรู้และความบันเทิง

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ท 4.1    เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย  การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลังของภาษา ภูมิปัญญาทาง

ภาษา และรักษา  ภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ

ตัวชี้วัด

ท 4.1 ป 1/1บอกและเขียนพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ และเลขไทย

ท4.1 ป1/2 เขียนสะกดคำและบอกความหมาย ของคำ

ท 4.1 ป1/3 เรียบเรียงคำเป็นประโยคง่าย ๆ

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ท 5.1เข้าใจและแสดงความคิดเห็น  วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเห็นคุณค่าและนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง

ตัวชี้วัด

ท5.1ป1/1บอกข้อคิดที่ได้จากการอ่านหรือการฟังวรรณกรรมร้อยแก้วและร้อยกรองสำหรับเด็ก

ท5.1ป1/2ท่องจำบทอาขยานตามที่กำหนด  และบทร้อยกรองตามความสนใจ


สาระสำคัญ

                  มาตราตัวสะกด  มี  ๘  มาตรา  ได้แก่  แม่กก  แม่กง  แม่กด  แม่กน  แม่กม  แม่กบ  แม่เกยและ  แม่เกอว


สาระการเรียนรู้

ความรู้ (K)

๑.  นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับมาตราตัวสะกด

๒. นักเรียนสามารถอธิบายความหมายของมาตราตัวสะกด

๓.  นักเรียนสามารถบอกคำที่สะกดด้วยมาตราตัวสะกดต่างๆได้

ทักษะ/กระบวนการ (P)

๑.  นักเรียนสามารถเขียนคำที่สะกดด้วยมาตราตัวสะกดต่างๆ  ได้

คุณลักษณะ (A)

๑.มีความรับผิดชอบ

๒.มีความตรงต่อเวลา

๓.มีความตั้งใจในการทำกิจกรรม

เกณฑ์การประเมิน

รวบรวมผลงาน(หลักภาษา)

ประเด็นการประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน

๔(ดีมาก)    ๓(ดี)   ๒  (ปานกลาง)   ๑ (ปรับปรุง)

๑.  ด้านเนื้อหา  -  รายละเอียดของเนื้อหาชัดเจนครบถ้วนเนื้อหาสาระครอบคลุม(๔)

                    -  รายละเอียดของเนื้อหาชัดเจนเป็นส่วนใหญ่  เนื้อหาสาระครอบคลุม(๓)

                    -  รายละเอียดของเนื้อหาชัดเจนเป็นบางส่วน เนื้อหาสาระครอบคลุม(๒)

                    -  รายละเอียดของเนื้อหาไม่ชัดเจนเป็นส่วนใหญ่  เนื้อหาสาระไม่ครอบคลุม (๑)

๒.  ด้านรูปแบบ  - ผลงานมีความสวยงามแปลกใหม่  มีจุดเด่น  น่าสนใจ(๔)

                      -  ผลงานมีความสวยงามมีจุดเด่น  น่าสนใจ  แต่ยังไม่แปลกใหม่ (๓)

                      -  ผลงานมีความสวยงามน่าสนใจแต่ยังไม่มีจุดเด่น  ที่ชัดเจน (๒)

                      -  ผลงานยังไม่สวยงามและไม่น่าสนใจ(๑)


เกณฑ์การตัดสิน

คะแนน  ๖  -  ๘        เท่ากับ    ดี

คะแนน  ๓ –  ๕        เท่ากับ  พอใช้

คะแนน  ๐  -  ๒        เท่ากับ  ปรับปรุง

ชิ้นงาน/ภาระงาน

๑.แบบฝึกหัดมาตราตัวสะกด -  ตรวจแบบฝึกหัด

๒.สังเกตการณ์การตอบคำถาม         -  สังเกตพฤติกรรมการตอบคำถาม

๓.ใบงาน -  ตรวจใบงาน


กิจกรรมการเรียนรู้

ชั่วโมงที่  ๑

ขั้นนำ

๑. นักเรียนร่วมกันออกมาหาที่ว่างเป็นของตนเองเพื่อร้องเพลงและทำท่าทางประกอบเพลง  ๓  เที่ยวพร้อมๆ  กัน

ขั้นสอน

๒. นำคำศัพท์ที่มีมาตราตัวสะกดแม่กง และแม่กด  มาให้นักเรียนอ่านเพื่อทบทวนเนื้อหาเก่าที่ได้เรียนไปว่านักเรียนยังจำได้หรือไม่

๓. ครูตั้งคำถามซักถามนักเรียนเกี่ยวกับความหมายของมาตราตัวสะกดหมายถึงอะไร  เมื่อนักเรียนบอกตามความเข้าใจของนักเรียน

แล้ว  ให้นักเรียนสังเกตคำศัพท์ที่ได้อ่านไปว่าเป็นมาตราตัวสะกดใดบ้างโดยให้จัดหมวดหมู่ใหม่จากคำศัพท์ที่ครูกำหนดให้

๔.จากนั้นครูนำเนื้อหาการสะกดคำด้วยมาตราแม่กก  และแม่กน มาเพิ่มเติมเนื้อหาให้กับนักเรียนรู้และทำความเข้าใจในเนื้อหา  โดย

ทำกิจกรรมการเล่นเกมวงกลมคำที่อยู่บนกระดานว่าคำที่สะกดด้วยมาตราแม่กก  ได้แก่คำใดบ้างให้นักเรียนออกมาวงคนละ  ๑  คำ

และต่อด้วยคำที่สะกดในมาตราแม่กน  คำใดบ้าง

๕.เมื่อนักเรียนทำกิจกรรมครูสังเกตพฤติกรรมนักเรียนขณะทำกิจกรรม

ขั้นสรุป

๖.นักเรียนและครูร่วมกันเฉลยคำตอบจากคำศัพท์ที่นักเรียนได้วงว่าถูกต้องหรือไม่

๗.นักเรียนร่วมกันสรุปเนื้อหาเกี่ยวกับมาตรแม่กก  และแม่กน  และมอบหมายใบงานเกี่ยวกับการไปหาคำที่สะกดด้วยมาตราแม่กก

และแม่กน  มาคนละ  อย่างน้อย  ๑๕  คำลงใบงานที่กำหนด 


ชั่วโมงที่  ๒

ขั้นนำ

๑.ให้นักเรียนทบทวนเนื้อหาเกี่ยวกับมาตราตัวสะกดที่ได้เรียนไปเมื่อชั่วโมงที่ผ่านมา  โดยให้ยกตัวอย่างคำศัพท์ที่สะกดในมาตราแม่

กก  และแม่กน  เป็นรายบุคคล  ครูสังเกตพฤติกรรมนักเรียน

ขั้นสอน

๒.ให้นักเรียนบอกความหมายของมาตราสะกดอีกครั้ง  จากนั้นทบทวนโดยการบอกมาตราตัวสะกดที่ได้เรียนมาแล้วว่าแต่ละมาตรา

สะกดด้วยตัวอะไรบ้าง  ตั้งแต่มาตราแม่กง  แม่กด  ตามด้วยมาตราแม่กก  และแม่กน

๓.เกริ่นนำสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับมาตราตัวต่อไปที่เราจะเรียนได้แก่มาตราแม่กบ  และมาตราแม่กม

๔.ครูตั้งคำถามซักถามนักเรียนเกี่ยวกับมาตราที่จะเรียนต่อไปในชั่วโมงนี้คือมาตราแม่กบ  และแม่กม  จากนั้นให้นักเรียนบอกความ

หมายของมาตราดังกล่าวว่าเป็นมาตราที่สะกดด้วยตัวอะไรบ้าง

๕.ให้นักเรียนช่วยกันยกตัวอย่างคำที่สะกดด้วยมาตราดังกล่าว  ว่ามีคำใดบ้างโดยครูบันทึกบนกระดานให้มากที่สุด  จากนั้นนักเรียน

และครูร่วมกันพิจารณาคำศัพท์บนกระดานว่าคำใดเป็นคำอยู่ในมาตราดังกล่าว

๖.ให้นักเรียนจดบันทึกสรุปลงในสมุดประจำวิชา

ขั้นสรุป

๗. นักเรียนร่วมกันสรุปมาตราตัวสะกดดังกล่าวจนเข้าใจ

๘.  ครูมอบหมายใบงานให้นักเรียนกลับไปหาคำที่สะกดมาตราแม่กบ  และแม่กม  มาคนละอย่างน้อย  ๑๕  คำ  แล้วนำมาส่งพรุ่งนี้

ชั่วโมงที่  ๓

ขั้นนำ

๑.ให้สัญญาณนักเรียนในการเคลื่อนไหวร่างกายตามอิสระประกอบเพลงที่ร่วมกันร้อง ๓-๕ เที่ยว

๒.นักเรียนส่งใบงานที่ครูมอบหมายให้ไปทำเป็นการบ้านเรื่องการเขียนคำมาตราแม่กบและแม่กมมาคนละอย่างน้อย  ๑๕  คำ

ขั้นสอน

๓.ให้นักเรียนทบทวนความหมายและคำในมาตราตัวสะกดแม่กง  แม่กด  แม่กก  แม่กน  แม่กบ  และแม่กมโดยให้บอกเป็นราย

บุคคลในแต่ละมาตราจนครบทุกคน  ครูสังเกตพฤติกรรมนักเรียนในการเรียนรู้ว่าเป็นอย่างไรบ้าง

๔.ครูนำนักเรียนสนทนาเชื่อมโยงเนื้อหามาตราสะกด  ๒  มาตราสุดท้ายคือมาตราใดที่ยังไม่ได้เรียน  (แม่เกย  แม่เกอว)

๕.ให้นักเรียนทุกคนยืนขึ้นแล้วร่วมกันบอกคำที่อยู่ในมาตราแม่เกย  และแม่เกอว  ครูบันทึกคำบนกระดาน

๖.เมื่อนักเรียนบอกคำได้ครบทุกคนแล้ว  ให้นักเรียนและครูร่วมพิจารณาคำแต่ละคำบนกระดานว่าคำใดถูกต้องหรือไม่ถูกต้องอย่าง

ไร อธิบายโดยใช้เหตุและผล

๗.นักเรียนเลือกบันทึกคำลงในสมุดประจำวิชาอย่างย่อๆ

ขั้นสรุป

๘. ให้นักเรียนร่วมกันทบทวนและสรุปเนื้อหาอีกครั้ง  จากนั้นให้ใบงานที่กำหนดเกี่ยวกับเขียนคำในมาตราแม่เกยและแม่เกอว  มา

อย่างน้อย  ๑๕  คำ  แล้วนำส่งชั่วโมงถัดไป

๙.ครูให้นักเรียนกลับไปทบทวนเนื้อหาเกี่ยวกับมาตราตัวสะกดทั้งหมดเพื่อทำแบบทดสอบในชั่วโมงถัดไป


ชั่วโมงที่  ๔

ขั้นนำ

๑. ให้สัญญาณนักเรียนทบทวนเนื้อหาเกี่ยวกับมาตราตัวสะกดที่ได้เรียนมาทั้งหมดจากสมุดที่ได้บันทึกไป

ขั้นสอน

๒. เมื่อนักเรียนทบทวนเนื้อหาเรียบร้อยแล้ว  ครูตกลงกติกามารยาทในการทำแบบทดสอบเรื่องมาตราตัวสะกดให้เข้าใจ

๓.นักเรียนร่วมกันจัดสถานที่เพื่อทำแบบทดสอบที่ครูกำหนดเก็บเป็นคะแนนหน่วย

๔.นักเรียนนั่งประจำที่และเตรียมอุปกรณ์บนโต๊ะ  ฟังคำสั่งที่ได้อธิบายและบอกไปให้เข้าใจ

๕.ครูแจกแบบทดสอบให้กับนักเรียนเขียนชื่อชั้นเลขที่ให้เรียบร้อย แล้วลงมือทำอย่างตั้งใจตามเวลาที่ครูกำหนดให้

๖.เมื่อนักเรียนทำแบบทดสอบเสร็จเรียบร้อยให้ทบทวนตรวจสอบความเรียบร้อยก่อนนำส่งครูต่อไป

ขั้นสรุป

๗.เมื่อนักเรียนส่งแบบทดสอบเรียบร้อยหมดแล้ว  ครูเสนอแนะพฤติกรรมหรือการทำแบบทดสอบของนักเรียน  และสรุปผลการทำ

แบบทดสอบอย่างไม่เป็นทางการว่าเป็นอย่างไรบ้างในภาพรวมส่วนใหญ่

๘. นักเรียนเตรียมเนื้อหาต่อไปเพื่อที่จะเรียนในชั่วโมงถัดไป


สื่อการเรียนรู้

๑.บัตรคำมาตราสะกดต่างๆ

๒.กระเป๋าผนัง

๓.นกหวีด


                                      ....................................................................................................


                                                                        แผนการจัดการเรียนรู้

กลุ่มสาระการเรียนรู้  ภาษาไทย รหัสวิชา  ท ๑๑๑๐๑     ชั้น  ประถมศึกษาปีที่  ๑

หน่วยการเรียนรู้ที่  ๔  เรื่อง  สนุกเหลือ  อะ  อี  อี  อุ  เอะ  และ  แอะ    ภาคเรียนที่  ๑  เวลา  ๒๐  ชั่วโมง  คะแนน  ๑๐  คะแนน

ผู้สอน  นางสาวสุภาณี  วโรทัยพัฒนพงษ์ โรงเรียนเทศบาลตำบลปริก              (ชม.ที่ ๑๗-๑๘)

มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ท 1.1  ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อนำไปใช้ตัดสินใจ  แก้ปัญหาในการดำเนินชีวิต และมีนิสัยรักการ

อ่าน

ตัวชี้วัด

ท 1.1 ป 1/1  อ่านออกเสียงคำ คำคล้องจอง และข้อความสั้นๆ

ท 1.1 ป 1/2  บอกความหมายของคำ และข้อความที่อ่าน

ท 1.1 ป 1/3  ตอบคำถามเกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน

ท 1.1 ป 1/8  มีมารยาทในการอ่าน

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ท 2.1  ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเรื่องราว ในรูปแบบต่างๆ เขียนรายงานข้อมูล

สารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมีประสิทธิภาพ

ตัวชี้วัด

ท 2.1 ป 2/1  คัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัด

ท2.1ป2/2 เขียนสื่อสารด้วยคำและประโยคง่ายๆ

ท2.1ป2/3 มีมารยาทในการเขียน

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ท 3.1สามารถเลือกฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ  และพูดแสดงความรู้ ความคิด และความรู้สึกในโอกาสต่างๆ  อย่างมี

วิจารณญาณและสร้างสรรค์

ตัวชี้วัด

ท3.1 ป1/1 ฟังคำแนะนำ คำสั่งง่ายๆ และปฏิบัติตาม

ท3.1 ป1/2 ตอบคำถามและเล่าเรื่องที่ฟังและดู ทั้งที่เป็นความรู้และความบันเทิง

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ท 4.1    เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย  การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลังของภาษา ภูมิปัญญาทาง

ภาษา และรักษา  ภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ

ตัวชี้วัด

ท 4.1 ป 1/1บอกและเขียนพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ และเลขไทย

ท4.1 ป1/2 เขียนสะกดคำและบอกความหมาย ของคำ

ท 4.1 ป1/3 เรียบเรียงคำเป็นประโยคง่าย ๆ

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ท 5.1เข้าใจและแสดงความคิดเห็น  วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเห็นคุณค่าและนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง

ตัวชี้วัด

ท5.1ป1/1บอกข้อคิดที่ได้จากการอ่านหรือการฟังวรรณกรรมร้อยแก้วและร้อยกรองสำหรับเด็ก

ท5.1ป1/2ท่องจำบทอาขยานตามที่กำหนด  และบทร้อยกรองตามความสนใจ


สาระสำคัญ

การพูดแสดงความรู้สึก  คือการพูดบรรยายความรู้สึก    เป็นลักษณะการพูดถ่ายทอดความรู้ อารมณ์ ความรู้สึก หรือ

ความคิดเห็นในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง โดยผู้พูดมีจุดมุ่งหมายเพื่อโน้มน้าวใจผู้ฟังให้คล้อยตาม หรือเชื่อในเรื่องนั้น ๆ  การถ่ายทอดความ

รู้สึก หรือความคิดเห็นออกมาเป็นถ้อยคำแล้วสามารถทำให้ผู้ฟังคล้อยตามหรือเชื่อตามนั้น ผู้พูดจำเป็นต้องอาศัยศิลปะในการพูด

การใช้น้ำเสียง ท่าทาง ตลอดจนการเลือกใช้คำในการพูด    รวมถึงกลวิธีในการเล่าเรื่องให้น่าสนใจ การพูดบรรยายความรู้สึก เช่น

การพูดแสดงความยินดี    การกล่าวแสดงความเสียใจ การพูดเล่าเหตุการณ์ที่ได้ประสบ เช่น เหตุการณ์ที่ทำให้หวาดกลัว ตื่นเต้น

ตกใจการพูดเพื่อปลอบใจ เป็นต้น

สาระการเรียนรู้

ความรู้ (K)

๑.  นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจการพูดแสดงความคิดเห็นและความรู้สึก

๒. นักเรียนสามารถอธิบายความหมายของการพูดแสดงความคิดเห็นและความรู้สึก

ทักษะ/กระบวนการ (P)

๑.นักเรียนสามารถพูดแสดงความคิดเห็นและความรู้สึก

คุณลักษณะ (A)

๑.มีความตรงต่อเวลา

๒.รู้จักการรอคอยก่อนหลัง

๓.มีความรับผิดชอบ


เกณฑ์การประเมิน

การพูด

ประเด็นการประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน

๒ (ดี)  ๑(พอใช้)    ๐ (ปรับปรุง)

๑.  พูดทักทายแนะนำตัว   -  พูดทักทายแนะนำตัวเองได้ชัดเจน มั่นใจ(๒)
                                  -  พูดทักทายแนะนำตัวเองได้ชัดเจน แต่ขาดความมั่นใจ(๑)

                                  -  ไม่ได้  พูดทักทายแนะนำตัวเอง และขาดความมั่นใจ(๐)

๒. การลำดับเรื่องราว   -  ลำดับเรื่องราวได้ถูกต้องชัดเจน และเชื่อมโยงเนื้อหาได้ถูกต้อง(๒)

                                  -  ลำดับเรื่องราวได้ถูกต้องชัดเจน และเชื่อมโยงเนื้อหาได้บางส่วน(๑)

                                  -  ลำดับเรื่องราววกวนขาดความต่อเนื่องในเนื้อหา (๐)

๓.  การใช้น้ำเสียง   -  น้ำเสียงดัง  ชัดเจน คล่องแคล่ว  ไม่ตกหรือเติม  (๒)

                                  -  น้ำเสียงดัง  ชัดเจน แต่ไม่คล่องแคล่ว มีตกหรือเติม (๑)

                                  -  น้ำเสียงเบาไม่ชัดเจน ไม่คล่องแคล่ว มีตกหรือเติม(๐)

๔.  การใช้ภาษา   -  การใช้ภาษาได้สละสลวย ใช้ถ้อยคำได้เหมาะสม(๒)

                                  -  การใช้ภาษาไม่สละสลวย  ใช้ถ้อยคำค่อนข้างเหมาะสม(๑)

                                  -  การใช้ภาษาไม่สละสลวย  ใช้ถ้อยคำไม่เหมาะสม(๐)

เกณฑ์การตัดสิน

คะแนน  ๖ – ๘    เท่ากับ    ดี          คะแนน  ๓ – ๕  เท่ากับ      พอใช้    คะแนน  ๒ – ๐  เท่ากับ  ปรับปรุง

ชิ้นงาน/ภาระงาน

๑. แบบสังเกตพฤติกรรมการพูด         -  สังเกตพฤติกรรมการพูด


กิจกรรมการเรียนรู้

ชั่วโมงที่  ๑

ขั้นนำ

๑. ให้สัญญาณนักเรียนในการเตรียมความพร้อมโดยการนั่งสมาธิ ๓  นาที

๒.นำนักเรียนสนทนาเกี่ยวกับการพูดที่เคยเรียนมาเกี่ยวกับการพูดประเภทใดบ้าง

ขั้นสอน

๓. นำนักเรียนสนทนาเกี่ยวกับการพูดที่นักเรียนเคยพูดแต่ละประเภทว่าต้องเป็นอย่างไรและต่อจากไปจะเป็นการพูดแสดงความคิด

เห็นและความรู้สึกกับสิ่งต่างๆ ที่พบเจอหรือสิ่งรอบข้าง

๔.ครูนำนักเรียนให้สังเกตสภาพแวดล้อมทั่วไปภายในห้องเกี่ยวกับพฤติกรรมสมาชิกในห้องก่อนว่าเป็นอย่างไรบ้าง  ให้นักเรียนร่วม

การแสดงความคิดเห็นและความรู้สึกที่มีอยู่ให้มากที่สุด  โดยครูบันทึกย่อบนกระดานให้นักเรียนให้ทราบทั่วกัน

๕.จากนั้นให้นักเรียนช่วยกันแสดงความคิดเห็นจากสิ่งที่นักเรียนพบเห็นแล้วเป็นสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ในความคิดของนักเรียน  นักเรียน

มีแนวคิด  หรือวิธีการอย่างไรในการแก้ปัญหาดังกล่าว  ครูเปิดกว้างให้นักเรียนได้ร่วมกันแสดงความคิดเห็นมากที่สุด

๖.เมื่อร่วมกันแสดงความคิดเห็นเรียบร้อยแล้ว  มาร่วมกันพิจารณาพฤติกรรมที่พบเห็นที่ไม่พึงประสงค์และพึงประสงค์  โดยให้นัก

เรียนแยกเป็นฝ่าย ให้ชัดเจนแล้วร่วมกันพิจารณาถึงเหตุและผลที่ควรหาวิธีการแก้ปัญหาให้มากที่สุดและดีที่สุด

๗.นักเรียนร่วมกันพิจารณาและหาทางแก้ไขด้วยวิธีที่ดีทีสุด  ครูขอเหตุผลประกอบ  จากนั้นครูอธิบายเพิ่มเติมกับสิ่งที่นักเรียนร่วมกัน

พิจารณาและแสดงความคิดเห็นและความรู้สึกออกมาอย่างชัดเจน

ขั้นสรุป

๘.นักเรียนและครูร่วมกันสรุปความหมายการพูดแสดงความคิดเห็นและความรู้สึกว่าเป็นอย่างไรลักษณะใดที่เป็นการแสดงความคิด

เห็นหรือแสดงความรู้สึก

๙.การบ้านนักเรียนไปหาภาพมาแสดงในชั่วโมงถัดไป


ชั่วโมงที่  ๒

ขั้นนำ

๑.ให้นักเรียนทบทวนความหมายของการพูดแสดงความคิดเห็นและความรู้สึกอีกครั้ง

ขั้นสอน

๒.ให้นักเรียนนำภาพที่ได้ไปหามาขึ้นมา  ครูตรวจเช็ดความเรียบร้อยของอุปกรณ์และงานที่ได้มอบหมายให้เป็นรายบุคคล ว่ามีความ

พร้อมเพียงใด

๓.ครูเกริ่นนำให้นักเรียนเข้าใจถึงกิจกรรมต่อไปที่จะทำคือ  ให้นักเรียนแต่ละคนที่ได้นำภาพมารวบรวมความคิดเห็น  และความรู้สึก

กับภาพที่นักเรียนได้นำมาว่าตนเองมีความรู้สึกอย่างไรบ้าง  เพื่อสื่อสารให้คนฟังได้รับทราบทั่วกัน  โดยใช้เวลา  ๑๐  นาที

๔.เมื่อนักเรียนพร้อมแล้ว  ก่อนนำเสนอ  ครูชี้แจงหัวข้อการประเมินการพูดแสดงความคิดเห็นและความรู้ให้ทราบทั่วกัน

๕.ขออาสาสมัครออกมานำเสนอหน้าชั้นเกี่ยวกับการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับภาพที่ได้เตรียมมาโดยให้เวลาคนละ  ๒  นาที  จน

เสร็จสิ้นทุกคน

ขั้นสรุป

๖. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปผลของการทำกิจกรรมดังกล่าวทั้งข้อดีและข้อเสียที่ต้องปรับปรุงต่อไป

๗.  ครูมอบหมายให้นักเรียนเตรียมเนื้อหาต่อไป

สื่อการเรียนรู้

๑. ภาพต่างๆ  (สิ่งแวดล้อม  สังคม  การเมือง  กีฬา ฯลฯ)


                                          ..............................................................................................


                                                                          แผนการจัดการเรียนรู้

กลุ่มสาระการเรียนรู้  ภาษาไทย รหัสวิชา  ท ๑๑๑๐๑     ชั้น  ประถมศึกษาปีที่  ๑

หน่วยการเรียนรู้ที่  ๔  เรื่อง  สนุกเหลือ  อะ  อี  อี  อุ  เอะ  และ  แอะ    ภาคเรียนที่  ๑  เวลา  ๒๐  ชั่วโมง  คะแนน  ๑๐ คะแนน

ผู้สอน  นางสาวสุภาณี  วโรทัยพัฒนพงษ์ โรงเรียนเทศบาลตำบลปริก              (ชม.ที่ ๑๙-๒๐)


มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ท 1.1  ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อนำไปใช้ตัดสินใจ  แก้ปัญหาในการดำเนินชีวิต และมีนิสัยรักการ

อ่าน

ตัวชี้วัด

ท 1.1 ป 1/1  อ่านออกเสียงคำ คำคล้องจอง และข้อความสั้นๆ

ท 1.1 ป 1/2  บอกความหมายของคำ และข้อความที่อ่าน

ท 1.1 ป 1/3  ตอบคำถามเกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน

ท 1.1 ป 1/8  มีมารยาทในการอ่าน

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ท 2.1  ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเรื่องราว ในรูปแบบต่างๆ เขียนรายงานข้อมูล

สารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมีประสิทธิภาพ

ตัวชี้วัด

ท 2.1 ป 2/1  คัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัด

ท2.1ป2/2 เขียนสื่อสารด้วยคำและประโยคง่ายๆ

ท2.1ป2/3 มีมารยาทในการเขียน

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ท 3.1สามารถเลือกฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ  และพูดแสดงความรู้ ความคิด และความรู้สึกในโอกาสต่างๆ  อย่างมี

วิจารณญาณและสร้างสรรค์

ตัวชี้วัด

ท3.1 ป1/1 ฟังคำแนะนำ คำสั่งง่ายๆ และปฏิบัติตาม

ท3.1 ป1/2 ตอบคำถามและเล่าเรื่องที่ฟังและดู ทั้งที่เป็นความรู้และความบันเทิง

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ท 4.1    เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย  การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลังของภาษา ภูมิปัญญาทาง

ภาษา และรักษา  ภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ

ตัวชี้วัด

ท 4.1 ป 1/1บอกและเขียนพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ และเลขไทย

ท4.1 ป1/2 เขียนสะกดคำและบอกความหมาย ของคำ

ท 4.1 ป1/3 เรียบเรียงคำเป็นประโยคง่าย ๆ

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ท 5.1เข้าใจและแสดงความคิดเห็น  วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเห็นคุณค่าและนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง

ตัวชี้วัด

ท5.1ป1/1บอกข้อคิดที่ได้จากการอ่านหรือการฟังวรรณกรรมร้อยแก้วและร้อยกรองสำหรับเด็ก

ท5.1ป1/2ท่องจำบทอาขยานตามที่กำหนด  และบทร้อยกรองตามความสนใจ


สาระสำคัญ

มารยาทในการฟัง&nbsp; ดู&nbsp; พูด&nbsp; เป็นการปฏิบัติตนเกี่ยวกับการฟัง&nbsp; การพูด&nbsp; และการดู&nbsp; ที่ดีซึ่งเป็นมารยาทที่ควรมีไว้<br />



สาระการเรียนรู้

ความรู้ (K)

๑.  นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจการมารยาทในการฟัง  ดู พูด

ทักษะ/กระบวนการ (P)

๑.นักเรียนสามารถปฏิบัติตนมีมารยาทในการฟัง  ดู  พูด

๒.นักเรียนบอกวิธีมารยาทในการฟัง  ดู  พูด ได้ถุกต้อง

คุณลักษณะ (A)

๑.ตั้งใจเรียน

๒. การมีน้ำใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่

๓. รับผิดชอบ

เกณฑ์การประเมิน

การตอบคำถาม

ประเด็นการประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน

๒ (ดี)  ๑(พอใช้)    ๐ (ปรับปรุง)

๑. การลำดับเรื่องราว - ลำดับเรื่องราวได้ถูกต้องชัดเจน และเชื่อมโยงเนื้อหาได้ถูกต้อง(๒)

                                -  ลำดับเรื่องราวได้ถูกต้องชัดเจน และเชื่อมโยงเนื้อหาได้บางส่วน(๑)

                                -  ลำดับเรื่องราววกวนขาดความต่อเนื่องในเนื้อหา(๐)

๒.  การใช้น้ำเสียง -  น้ำเสียงดัง  ชัดเจน คล่องแคล่ว  ไม่ตกหรือเติม(๒)

                                -  น้ำเสียงดัง  ชัดเจน แต่ไม่คล่องแคล่ว มีตกหรือเติม(๑)

                                -  น้ำเสียงเบาไม่ชัดเจน ไม่คล่องแคล่ว มีตกหรือเติม(๐)

๓.  การใช้ภาษา -  การใช้ภาษาได้สละสลวย ใช้ถ้อยคำได้เหมาะสม(๒)

                                -  การใช้ภาษาไม่สละสลวย  ใช้ถ้อยคำค่อนข้างเหมาะสม(๑)

                                -  การใช้ภาษาไม่สละสลวย  ใช้ถ้อยคำไม่เหมาะสม(๐)

เกณฑ์การตัดสิน

คะแนน  ๖ – ๘    เท่ากับ    ดี          คะแนน  ๓ – ๕  เท่ากับ      พอใช้    คะแนน  ๒ – ๐  เท่ากับ  ปรับปรุง

มารยาทในการฟัง

ประเด็นการประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน

๓(ดี)   ๒(ปานกลาง)  ๑ (ปรับปรุง)

๑.  ความตั้งใจฟัง  -  มีความตั้งใจฟัง  นิ่ง  ให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรมดี(๓)

                          -  มีการเคลื่อนไหวร่างกายไปมาเล็กน้อย  ให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรม(๒)

                          -  มีการเคลื่อนไหว  ชักชวน  มีเสียงพูดคุยกับคนรอบข้าง (๑)

๒. บุคลิกภาพ/การวางตัวในการฟัง -  ปรบมือให้เกียรติสม่ำ เสมอ  ไม่ส่งเสียงดัง  ถามเหมาะสมกับเวลา(๓)

                                                -  ปรบมือเป็นบางครั้ง  ไม่ส่งเสียงดัง ไม่ค่อยถาม(๒)

                                                -  ไม่ค่อยปรบมือ  วางตัวไม่เหมาะสม (๑)

เกณฑ์การให้คะแนน

คะแนน    ๖    คะแนน เท่ากับ    ดี

คะแนน  ๔-๕      คะแนน เท่ากับ  พอใช้

คะแนน  ๓ -  ๐    คะแนน เท่ากับ  ปรับปรุง/แก้ไข

ชิ้นงาน/ภาระงาน

๑.  แบบสังเกตพฤติกรรมการฟัง  ดู  พูด         -  สังเกตพฤติกรรมการฟัง  ดู  พูด

๒.  แบบทดสอบมารยาทการฟัง  ดู  พูด -  แบบทดสอบ  มารยาทการฟัง ดู  พูด


กิจกรรมการเรียนรู้

ชั่วโมงที่  ๑

ขั้นนำ

๑.ให้สัญญาณนักเรียนในการเตรียมความพร้อมโดยการทำท่าทางประกอบเพลงอิสระ ๓-๕  เที่ยว

ขั้นสอน

๒. ให้นักเรียนบอกเนื้อหาที่จะเรียนวันนี้ว่าเราจะเรียนเรื่องอะไร  ให้นักเรียนบอก (มารยาทในการฟัง ดู  พูด)

๓.เมื่อนักเรียนทราบหัวข้อแล้ว  ครูตั้งคำถามซักถามนักเรียนว่าการมีมารยาทคืออะไร  แล้วการมีมารยามในการฟัง ดู  และพูด นั้น

เป็นอย่างไร  ให้นักเรียนช่วยกันตอบเพื่อหาข้อสรุปที่ดีที่สุด

๔.เมื่อนักเรียนพูดแสดงความคิดเห็นออกมาแล้ว  ครูนำความคิดเห็นที่นักเรียนแต่ละคนแสดงออกมานำมาให้นักเรียนสรุปเป็นความ

หมายและลักษณะของการมีมารยาทในการฟัง ดู  พูด

๕.ให้นักเรียนอ่านใบความรู้ที่ครูแจกให้พร้อมๆ  กัน  พร้อมทั้งดูภาพประกอบมารยาทต่างๆ

๖.เมื่อทราบความหมายแล้วตามด้วยลักษณะที่ดีของการมีมารยาทในการฟัง  ดู  และพูดเป็นแบบใด  ให้นักเรียนร่วมกันแสดงแล้ว

สรุปเป็นมารยาทการฟัง  ดูและพูดไปทีละหัวข้อ

๗.จากนั้นครูตั้งคำถามนักเรียนว่าสิ่งที่นักเรียนบางคนเป็นอยู่  ขณะนี้ใช่มารยาทในการฟัง  การดู  หรือการพูดหรือไม่อย่างไร  ให้นัก

เรียนช่วยกันตอบ

๘.ให้นักเรียนจดบันทึกสรุปเนื้อหามารยาทในการฟัง  ดูและพูดลงในสมุด

ขั้นสรุป

๙. นักเรียนร่วมกันสรุปความหมายและลักษณะของมารยาทในการฟัง  ดู  พูดที่ถูกต้อง

๑๐.ให้นักเรียนกลับไปอ่านเนื้อหาทบทวนเพื่อทำแบบทดสอบต่อไป


ชั่วโมงที่  ๒

ขั้นนำ

๑.ให้นักเรียนทบทวนความหมายของมารยาทในการฟัง  ดู  พูดอีกครั้งเพื่อเตรียมทำแบบทดสอบ

ขั้นสอน

๒.ครูเกริ่นนำให้นักเรียนทบทวนความหมายและมารยาทในการฟัง  ดู  และพูดอีกครั้งเพื่อสร้างความเข้าใจให้นักเรียนสามารถนำไป

ปฏิบัติได้ถูกต้อง

๓.  ให้นักเรียนได้ดูภาพมารยาทต่างๆ  อีกครั้งเพื่อทบทวนก่อนทำแบบทดสอบ

๔.  นักเรียนร่วมกันตกลงกติกามารยาทในการทำแบบทดสอบ  โดยให้นักเรียนร่วมกันจัดสถานที่ในการทำแบบทดสอบเป็นราย

บุคคล

๕.  สำรวจความเรียบร้อยของสถานที่ทำแบบทดสอบแล้ว  แจกแบบทดสอบให้กับนักเรียนเพื่อดำเนินการเขียนชื่อ  ชั้น  เลขที่ให้

เรียบร้อย

๖.  นักเรียนฟังคำสั่งจากครูให้เข้าใจก่อนลงมือทำ  เมื่อพร้อมแล้วให้สัญญาณในการลงมือทำครูคอยจับเวลานักเรียนในการทำแบบ

ทดสอบและตักเตือนพฤติกรรมนักเรียนไม่พึงประสงค์

๗.  เมื่อนักเรียนทำเสร็จแล้วให้นักเรียนทบทวนตรวจสอบความเรียบร้อยก่อนส่งแบบทดสอบ

ขั้นสรุป

๘.นักเรียนส่งแบบทดสอบแล้วเก็บอุปกรณ์และจัดสถานที่เข้าที่เดิม 


สื่อการเรียนรู้

๑. ภาพมารยาทในการฟัง  ดู  พูด

๒.ใบความรู้  มารยาทในการฟัง  ดู  พุด

         


                                            .........................................................................................

แสดงความคิดเห็น

กรุณาป้อน Username / Password ที่ท่านได้ลงทะเบียนไว้กับเว็บไซท์แห่งนี้ หรือ สมัครเป็นสมาชิกของเว็บไซท์
Bold Italic Underline Left Center Right Ordered List Bulleted List Horizontal Rule Page break Hyperlink Text Color :) Quote
คำแนะนำ เว็บไซท์นี้สามารถเขียนข้อความในรูปแบบ มาร์คดาวน์ - Markdown Syntax:
  • วิธีการขึ้นบรรทัดใหม่โดยไม่เว้นช่องว่างระหว่างบรรทัด ให้เคาะเว้นวรรค (Space bar) ที่ท้ายบรรทัดจำนวนหนึ่งครั้ง
  • วิธีการขึ้นย่อหน้าใหม่ซึ่งจะมีการเว้นช่องว่างห่างจากบรรทัดด้านบนเล็กน้อย ให้เคาะ Enter จำนวน 2 ครั้ง

ที่นี่เทศบาลตำบลปริก

สมัครสมาชิก · ลืมรหัสผ่าน