ครูสุภาณี ครูสุภาณี

ทดสอบเปลี่ยนชื่อบล็อก

ส่งแผนการสอน วิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ประจำปีการศึกษา 2553

ครูหมวย

by ครูสุภาณี @February,10 2011 21.36 ( IP : 113...223 )

แผนการจัดการเรียนรู้

กลุ่มสาระการเรียนรู้  ภาษาไทย รหัสวิชา  ท ๑๑๑๐๑     ชั้น  ประถมศึกษาปีที่  ๑

หน่วยการเรียนรู้ที่  ๔  เรื่อง  สนุกเหลือ  อะ  อี  อี  อุ  เอะ  และ  แอะ    ภาคเรียนที่  ๑  เวลา  ๒๐  ชั่วโมง  คะแนน  ๑๐ คะแนน

ผู้สอน  นางสาวสุภาณี  วโรทัยพัฒนพงษ์ โรงเรียนเทศบาลตำบลปริก                  (ชม.ที่ ๑-๕)

มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ท 1.1  ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อนำไปใช้ตัดสินใจ  แก้ปัญหาในการดำเนินชีวิต และมีนิสัยรักการ

อ่าน

ตัวชี้วัด

ท 1.1 ป 1/1  อ่านออกเสียงคำ คำคล้องจอง และข้อความสั้นๆ

ท 1.1 ป 1/2  บอกความหมายของคำ และข้อความที่อ่าน

ท 1.1 ป 1/3  ตอบคำถามเกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน

ท 1.1 ป 1/8  มีมารยาทในการอ่าน

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ท 2.1  ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเรื่องราว ในรูปแบบต่างๆ เขียนรายงานข้อมูล

สารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมีประสิทธิภาพ

ตัวชี้วัด

ท 2.1 ป 2/1  คัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัด

ท2.1ป2/2  เขียนสื่อสารด้วยคำและประโยคง่ายๆ

ท2.1ป2/3  มีมารยาทในการเขียน

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ท 3.1สามารถเลือกฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ  และพูดแสดงความรู้ ความคิด และความรู้สึกในโอกาสต่างๆ  อย่างมี

วิจารณญาณและสร้างสรรค์

ตัวชี้วัด

ท3.1 ป1/1 ฟังคำแนะนำ คำสั่งง่ายๆ และปฏิบัติตาม

ท3.1 ป1/2 ตอบคำถามและเล่าเรื่องที่ฟังและดู ทั้งที่เป็นความรู้และความบันเทิง

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ท 4.1    เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย  การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลังของภาษา ภูมิปัญญาทาง

ภาษา และรักษา  ภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ

ตัวชี้วัด

ท 4.1 ป 1/1บอกและเขียนพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ และเลขไทย

ท4.1 ป1/2 เขียนสะกดคำและบอกความหมาย ของคำ

ท 4.1 ป1/3 เรียบเรียงคำเป็นประโยคง่าย ๆ

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ท 5.1เข้าใจและแสดงความคิดเห็น  วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเห็นคุณค่าและนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง

ตัวชี้วัด

ท5.1ป1/1บอกข้อคิดที่ได้จากการอ่านหรือการฟังวรรณกรรมร้อยแก้วและร้อยกรองสำหรับเด็ก

ท5.1ป1/2ท่องจำบทอาขยานตามที่กำหนด  และบทร้อยกรองตามความสนใจ


สาระสำคัญ

 การสร้างประสบการณ์ทางเนื้อหา อ่านในใจและออกเสียงจากนั้นอ่านสะกดคำและแจกลูก อ่านออกเสียงบทเรียน การ

เขียนประโยค จัดทำแผนภูมิการอ่านร่วมกันคิดเกี่ยวกับบทเรียนส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน อ่านเสริมบทเรียน


สาระการเรียนรู้

ความรู้ (K)

๑.  นักเรียนสามารถประสมคำได้มากขึ้นและถูกต้อง

๒. นักเรียนบอกความหมายของคำต่างๆได้

๓. นักเรียนอ่านคำที่ประสมด้วยสระ อะ  อิ  อี  อุ  เอะ  และแอะได้

ทักษะ/กระบวนการ (P)

๑.  นักเรียนประสมคำด้วยสระ อะ  อิ  อี  อุ  เอะ  และแอะ ได้ถูกต้อง

๒.  นักเรียนอ่านสะกดคำที่ประสมด้วยสระ อะ  อิ  อี  อุ  เอะ  และแอะได้ถูกต้อง

๓.  นักเรียนสามารถเลือกหรือเขียนคำทีประสมด้วยสระ อะ  อิ  อี  อุ  เอะ  และแอะได้

คุณลักษณะ (A)

๑.  มีมารยาทในการฟัง  พูด

๒.  ตั้งใจเรียน

๓.  รับผิดชอบงานที่มอบหมาย

การประเมินผล

รวบรวมผลงาน(หลักภาษา)

ประเด็นการประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน

๔(ดีมาก)    ๓(มาก)  ๒(ปานกลาง) ๑  (ปรับปรุง)

๑.  ด้านเนื้อหา -  รายละเอียดของเนื้อหาชัดเจนครบถ้วนเนื้อหาสาระครอบคลุม(๔)
                    -  รายละเอียดของเนื้อหาชัดเจนเป็นส่วนใหญ่  เนื้อหาสาระครอบคลุม(๓)

                    -  รายละเอียดของเนื้อหาชัดเจนเป็นบางส่วน เนื้อหาสาระครอบคลุม (๒)

                    -  รายละเอียดของเนื้อหาไม่ชัดเจนเป็นส่วนใหญ่  เนื้อหาสาระไม่ครอบคลุม (๑)

๒.  ด้านรูปแบบ - ผลงานมีความสวยงามแปลกใหม่  มีจุดเด่น  น่าสนใจ (๔)

                    -  ผลงานมีความสวยงามมีจุดเด่น  น่าสนใจ  แต่ยังไม่แปลกใหม่  (๓)

                    -  ผลงานมีความสวยงามน่าสนใจแต่ยังไม่มีจุดเด่น  ที่ชัดเจน  (๒)

                    - ผลงานยังไม่สวยงามและไม่น่าสนใจ (๑)

เกณฑ์การตัดสิน

คะแนน  ๖  -  ๘        เท่ากับ    ดี

คะแนน  ๓ –  ๕        เท่ากับ  พอใช้

คะแนน  ๐  -  ๒        เท่ากับ  ปรับปรุง


ชิ้นงาน/ภาระงาน

๑.  แบบฝึกหัดการเขียนคำที่ประสมสระ อะ  อิ  อี  อุ  เอะ  และแอะ        -  ตรวจแบบฝึกหัด

๒.  แบบทดสอบเรื่อง สระ  อะ  อิ  อี  อุ  เอะ  และแอะ                  -  ตรวจแบบทดสอบ

๓.  แบบสังเกตการณ์ตอบคำถาม/การอ่านออก                                    -    สังเกตพฤติกรรมตอบคำถาม/การอ่าน


กิจกรรมการเรียนรู้

ชั่วโมงที่  ๑

ขั้นนำ

๑. นำนักเรียนทบทวนการอ่านสระ  ทั้ง  ๓๒  รูป พร้อมๆ กัน

๒.ขออาสาสมัครออกมาอ่านสระ  ทั้ง  ๓๒  รูป  ให้สมาชิกในห้องอ่านตามพร้อมๆ  กันอีกครั้ง

ขั้นสอน

๓.ให้นักเรียนยกตัวอย่างคำขึ้นมาเป็นคำศัพท์ในบทเรียนแล้วให้นักเรียนช่วยกันบอกคำที่ประสมด้วยสระอะ อิ อี อุ  เอะ  และแอะ

๔.  ครูบันทึกคำที่นักเรียนบอกลงบนกระดาน

๔.  ฝึกให้นักเรียนอ่านที่นักเรียนบอกมาทีละคำ  และสะกดคำดังกล่าวพร้อมๆ กัน ๑  เที่ยว

๕.  ครูชูบัตรสระขึ้นมาให้นักเรียนอ่านสระตัวใหม่ที่กำลังจะเรียนมีสระอะไรบ้าง(อะ  อิ  อี  อุ  เอะ  และแอะ

๖.  ให้นักเรียนฝึกอ่านสระจากบัตรคำที่ครูชูขึ้นมา  จากนั้นให้นักเรียนทุกคนยืนขึ้นเพื่อฝึกอ่านสระที่กำหนดให้บนกระดาน

๗.  ให้นักเรียนฝึกอ่านคำใหม่จากบทเรียนหน่วยที่  ๕  แล้วให้หยิบสมุดขึ้นมาเพื่อจดบันทึกคำใหม่ในบทเรียนลงในสมุด

ขั้นสรุป

๘.  นักเรียนร่วมกันสรุปเนื้อหาที่เรียนเกี่ยวกับสระอะ  อิ  อี  อุ  เอะ  และแอะแล้วร่วมกันอ่านคำใหม่จากสมุดอีกครั้ง  การบ้านให้นัก

เรียนกลับไปอ่านคำใหม่ให้จำ


ชั่วโมงที่  ๒

ขั้นนำ

๑.ให้นักเรียนอ่านสระจากบัตรสระที่ครูกำหนดอีกครั้งพร้อมทั้งออกเสียงและการเขียนคำอ่านของสระแต่ละตัวว่าสระแต่ละตัวออก

เสียงอย่างไร

๒.ทบทวนวิธีการเขียนสระบนอากาศพร้อมๆ  กัน  และการวางตำแหน่งของสระแต่ละตัว

ขั้นสอน

๓. เมื่อนักเรียนทบทวนเกี่ยวกับสระแล้ว  ฝึกให้นักเรียนออกเสียงสระให้ถูกต้องพร้อมทั้งการอ่านเสียงของสระแต่ละตัวว่าออก

เสียงอย่างไร

๔.ให้นักเรียนอ่านคำศัพท์ที่กำหนดพร้อมทั้งบอกความหมายของคำแต่ละคำ

๕. ให้นักเรียนฝึกสะกดคำที่ประสมด้วยสระอะ  อิ อี อุ เอะ และแอะ และพยายามยกตัวอย่างคำให้เกิดความหลากหลายมากที่สุด

๖.ให้นักเรียนเขียนสะกดคำอ่านที่ประสมด้วยสระอะ  อิ  อี  อุ  เอะ  และแอะ

ขั้นสรุป

๗. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปเนื้อหาอีกครั้ง  ถ้านักเรียนคนใดทำแบบฝึกหัดไม่เสร็จให้กลับไปทำเป็นการบ้านต่อไป 


ชั่วโมงที่  ๓

ขั้นนำ

๑.นักเรียนท่องสระ ทั้ง  ๓๒  รูป  และท่องพยัญชนะไทย ๔๔  ตัว

๒.ให้นักเรียนทบทวนการอ่านคำศัพท์ที่ได้เขียนสะกดคำเป็นการบ้านพร้อมๆ  กัน

ขั้นสอน

๓.ให้นักเรียนอ่านสระที่ครูเขียนบนกระดานพร้อมกัน  พร้อมทั้งร่วมกันบอกความหมายของคำเพื่อให้นักเรียนสามารถนำคำที่ได้เชื่อม

โยงเนื้อหาใหม่

๔.ครูนำนักเรียนยกตัวอย่างคำศัพท์และบอกความหมายของคำนั้นอีกครั้งเพื่อนำคำที่กำหนดมาแต่งประโยคให้ได้ใจความ

๕.ครูอธิบายความหมายของการแต่งประโยคให้เข้าใจว่าการแต่งประโยคคืออะไร  มีส่วนประกอบอะไรบ้าง  และส่วนประกอบดัง

กล่าวคืออะไรมีลักษณะอย่างไรอธิบายพร้อมยกตัวอย่างให้นักเรียนได้เข้าใจ

๖.นักเรียนยกตัวอย่างคำขึ้นมาสักหนึ่งคำ  จากนั้นนำคำนั้นแต่งเป็นประโยคโดยประโยคแต่ละประโยคจะต้องประกอบด้วย  ประธาน

กริยา  และกรรม  โดยครูจะต้องอธิบายความหมายของประธาน  กริยา  และกรรมให้นักเรียนได้เข้าใจก่อน

๗. ให้นักเรียนฝึกและทำกิจกรรมซ้ำจนเกิดความเข้าใจ

ขั้นสรุป

๘.นักเรียนรวมกันสรุปเนื้อหาการแต่งประโยคพอสังเขปให้ครูได้ทราบถึงความเข้าใจของนักเรียนที่มีอยู่

๙.ให้การบ้านนักเรียนกลับไปค้นหาคำที่เป็นคำกริยาได้แก่อะไรบ้าง


ชั่วโมงที่  ๔

ขั้นนำ

๑.  นักเรียนทดสอบอ่านบัตรสระ อะ  อิ  อี  อุ  เอะ  และแอะที่เรียนมาทั้งหมด

๒.  นักเรียนฝึกอ่านสะกดคำศัพท์เกี่ยวกับสระที่ได้เรียนมาทั้งหมดที่ครูกำหนดให้บนกระดาน

ขั้นสอน

๓.  ให้นักเรียนฝึกอ่านคำศัพท์ที่ประสมด้วยสระที่ได้เรียนมา  โดยการอ่านออกเสียงชัดเจนคนละ  ๑๐  คำจากแบบทดสอบที่ครู

กำหนดให้เป็นรายบุคคล

๔.  ขณะที่นักเรียนบางส่วนทำการทดสอบอยู่  ให้นักเรียนที่สอบเสร็จแล้วเตรียมเนื้อหาต่อไป  และนักเรียนที่ยังไม่ได้ทดสอบให้ฝึก

อ่านคำที่กำหนด

๕.  เมื่อนักเรียนทดสอบเรียบร้อยแล้ว ให้นักเรียนทบทวนเนื้อหาที่ได้เรียนมาเกี่ยวกับการแต่งประโยคการบ้านที่ได้ให้ไปเกี่ยวกับการ

หาคำที่เป็นคำกริยาที่นักเรียนรู้จักมีอะไรบ้าง

๖.  ให้นักเรียนช่วยกันบอก  ครูบันทึกบนกระดานดำ  แล้วร่วมกันพิจารณาคำที่อยู่บนกระดานว่าใช่เป็นคำกริยาหรือไม่

๗.  จากนั้นให้เลือกคำดังกล่าวมาแต่งเป็นประโยค  โดยเริ่มจากประธานคือใคร  กรรมคือใครครูอธิบายให้นักเรียนได้เข้าใจมากยิ่ง

ขึ้น

๘.  นักเรียนและครูร่วมกันแต่งประโยคจากคำที่กำหนดมาเป็นตัวอย่าง

ขั้นสรุป

๙.  นักเรียนร่วมกันสรุปเนื้อหาเกี่ยวกับองค์ประกอบของการแต่งประโยคและการนำคำมาแต่งประโยคแล้วให้นักเรียนกลับไปทบทวน

เนื้อหาเพิ่มเติม


ชั่วโมงที่  ๕

ขั้นนำ

๑.  นักเรียนร่วมกันอ่านสระ  และการออกเสียงพยัญชนะแต่ละตัว

๒.  นักเรียนทบทวนการประสมสระ  กับพยัญชนะ  ให้เป็นคำ

ขั้นสอน

๓.  ให้นักเรียนทบทวนความหมายของประธาน  กริยา และกรรมว่าแต่ละคำมีความหมายอย่างไร  มีตำแหน่งในการวางเป็นประโยค

อย่างไรบ้าง

๔.ให้นักเรียนยกตัวอย่างประธาน  กริยา  และกรรม  แล้วนำคำดังกล่าวมาเขียนเรียงเป็นประโยคให้ได้ใจความ

๕. ทำกิจกรรมซ้ำ  เพื่อสร้างความเข้าใจให้กับนักเรียนมากยิ่งขึ้น  ครูคอยสังเกตพฤติกรรมนักเรียนในการเรียนและการตอบคำถาม

และการแสดงความคิดเห็น

ขั้นสรุป

๖.  นักเรียนร่วมกันสรุปเนื้อหาจากที่ได้เรียนมาให้เข้าใจอย่างสังเขป

๗.  นักเรียนทำแบบฝึกหัด  การแต่งประโยคง่ายๆ  มาคนละ  ๕  ประโยค


สื่อการเรียนรู้

๑.  หนังสือเรียนภาษาพาที  ชั้น  ป.๑

๒.  บัตรสระ อะ  อิ  อี  อุ  เอะ  และแอะ

๓.  แบบฝึกหัด/แบบทดสอบอะ  อิ  อี  อุ  เอะ  และแอะ

๔.  หนังสือวรรณคดีลำนำ  ชั้น  ป.๑


                                            ...................................................................................


                                                                      แผนการจัดการเรียนรู้

กลุ่มสาระการเรียนรู้  ภาษาไทย รหัสวิชา  ท ๑๑๑๐๑     ชั้น  ประถมศึกษาปีที่  ๑

หน่วยการเรียนรู้ที่  ๔  เรื่อง  สนุกเหลือ  อะ  อี  อี  อุ  เอะ  และ  แอะ  ภาคเรียนที่  ๑  เวลา  ๒๐  ชั่วโมง  คะแนน  ๑๐ คะแนน

ผู้สอน  นางสาวสุภาณี  วโรทัยพัฒนพงษ์ โรงเรียนเทศบาลตำบลปริก                  (ชม.ที่ ๖-๘)

มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ท 1.1  ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อนำไปใช้ตัดสินใจ  แก้ปัญหาในการดำเนินชีวิต และมีนิสัยรักการ

อ่าน

ตัวชี้วัด

ท 1.1 ป 1/1  อ่านออกเสียงคำ คำคล้องจอง และข้อความสั้นๆ

ท 1.1 ป 1/2  บอกความหมายของคำ และข้อความที่อ่าน

ท 1.1 ป 1/3  ตอบคำถามเกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน

ท 1.1 ป 1/8  มีมารยาทในการอ่าน

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ท 2.1  ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเรื่องราว ในรูปแบบต่างๆ เขียนรายงานข้อมูล

สารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมีประสิทธิภาพ

ตัวชี้วัด

ท 2.1 ป 2/1  คัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัด

ท2.1ป2/2 เขียนสื่อสารด้วยคำและประโยคง่ายๆ

ท2.1ป2/3 มีมารยาทในการเขียน

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ท 3.1สามารถเลือกฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ  และพูดแสดงความรู้ ความคิด และความรู้สึกในโอกาสต่างๆ  อย่างมี

วิจารณญาณและสร้างสรรค์

ตัวชี้วัด

ท3.1 ป1/1 ฟังคำแนะนำ คำสั่งง่ายๆ และปฏิบัติตาม

ท3.1 ป1/2 ตอบคำถามและเล่าเรื่องที่ฟังและดู ทั้งที่เป็นความรู้และความบันเทิง

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ท 4.1    เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย  การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลังของภาษา ภูมิปัญญาทาง

ภาษา และรักษา  ภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ

ตัวชี้วัด

ท 4.1 ป 1/1บอกและเขียนพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ และเลขไทย

ท4.1 ป1/2 เขียนสะกดคำและบอกความหมาย ของคำ

ท 4.1 ป1/3 เรียบเรียงคำเป็นประโยคง่าย ๆ

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ท 5.1เข้าใจและแสดงความคิดเห็น  วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเห็นคุณค่าและนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง

ตัวชี้วัด

ท5.1ป1/1บอกข้อคิดที่ได้จากการอ่านหรือการฟังวรรณกรรมร้อยแก้วและร้อยกรองสำหรับเด็ก

ท5.1ป1/2ท่องจำบทอาขยานตามที่กำหนด  และบทร้อยกรองตามความสนใจ


สาระสำคัญ

                  การจับ ใจความสำคัญ คือ  ความคิดสำคัญอันเป็นแก่นหรือหัวใจของเรื่อง  ผู้เขียนมุ่งสื่อมาให้ผู้อ่าน  ซึ่งอาจเป็นข้อ

เท็จจริงและความคิดเห็น  หรืออย่างใดอย่างหนึ่ง ผู้อ่านจำเป็นต้องมีทักษะการอ่านจับใจความเป็นทักษะเบื้องต้น  เพื่อให้รับสารที่ผู้

เขียนมุ่งสื่อมาให้ได้อย่างรวดเร็วและถูกต้องตรงประเด็น


สาระการเรียนรู้

ความรู้ (K)

๑.  นักเรียนสามารถจับใจความในเรื่องที่ฟังหรืออ่านได้

๒. นักเรียนตอบคำถามจากเรื่องที่อ่านได้

ทักษะ/กระบวนการ (P)

๑.  นักเรียนอ่านเรื่องสั้น  หรือเรื่องง่ายๆ แล้วสามารถสรุปใจความได้

คุณลักษณะ (A)

๑.  มีมารยาทในการฟัง

๒.  มีความตั้งใจในการทำกิจกรรม

๓.  ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี


การประเมินผล

รวบรวมผลงาน(หลักภาษา)

ประเด็นการประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน

๔(ดีมาก)    ๓(ดี)   ๒ (ปานกลาง)     ๑ (ปรับปรุง)

๑.  ด้านเนื้อหา  -  รายละเอียดของเนื้อหาชัดเจนครบถ้วนเนื้อหาสาระครอบคลุม  (๔)

                    -  รายละเอียดของเนื้อหาชัดเจนเป็นส่วนใหญ่  เนื้อหาสาระครอบคลุม (๓)

                    -  รายละเอียดของเนื้อหาชัดเจนเป็นบางส่วน เนื้อหาสาระครอบคลุม(๒)

                    -  รายละเอียดของเนื้อหาไม่ชัดเจนเป็นส่วนใหญ่  เนื้อหาสาระไม่ครอบคลุม  (๑)

๒.  ด้านรูปแบบ  -  ผลงานมีความสวยงามแปลกใหม่  มีจุดเด่น  น่าสนใจ  (๔)

                      -  ผลงานมีความสวยงามมีจุดเด่น  น่าสนใจ  แต่ยังไม่แปลกใหม่(๓)

                      -  ผลงานมีความสวยงามน่าสนใจแต่ยังไม่มีจุดเด่น  ที่ชัดเจน(๒)

                      -  ผลงานยังไม่สวยงามและไม่น่าสนใจ(๑)

เกณฑ์การตัดสิน

คะแนน  ๖  -  ๘        เท่ากับ    ดี

คะแนน  ๓ –  ๕        เท่ากับ  พอใช้

คะแนน  ๐  -  ๒        เท่ากับ  ปรับปรุง

ชิ้นงาน/ภาระงาน

๑.  แบบฝึกหัดการตอบคำถามจากเรื่องที่ฟัง               -  ตรวจแบบฝึกหัด

๒.  แบบทดสอบการจับใจความ                                -  ตรวจแบบทดสอบ

๓.  แบบสังเกตการณ์การจับใจความ/สรุปความ                                  -    สังเกตพฤติกรรมตอบคำถาม/การอ่าน


กิจกรรมการเรียนรู้

ชั่วโมงที่  ๑

ขั้นนำ

๑.นักเรียนร่วมกันออกมาหาที่ว่างเป็นของตนเองเพื่อร้องเพลงและทำท่าทางประกอบเพลง  3  เที่ยวพร้อมๆ  กัน

ขั้นสอน

๒.ให้นักเรียนร้องเพลงที่ได้ร่วมกันทำท่าทางประกอบไปอีกครั้ง  จากนั้นครูตั้งคำถามง่ายให้นักเรียนตอบจากเนื้อเพลงที่ได้ร้องไปว่า

เกี่ยวกับอะไร  ที่ไหน  อย่างไร จากนั้นครูเพิ่มเติมเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่อง  การจับใจความว่าคืออะไร

๓.ครูตั้งคำถามซักถามความหมายกับนักเรียนว่า  การจับใจความคืออะไร  เมื่อนักเรียนตอบแล้วครูอธิบายเกี่ยวกับความหมายของ

การจับใจความให้นักเรียนได้เข้าใจเพิ่มขึ้น

๔.ให้นักเรียนเปิดบทเรียนหน่วยที่  5  ขึ้นมาแล้วให้นักเรียนร่วมกันอ่านพร้อมจำใจความที่มาที่ไปว่าเป็นอย่างไรบ้าง  เมื่อนักเรียน

อ่านจบครูค่อยตั้งคำถามถามนักเรียน

ขั้นสรุป

๕.  ให้นักเรียนสรุปเนื้อหาที่ได้เรียนเกี่ยวกับการจับใจความว่าเป็นอย่างไรบ้าง 


ชั่วโมงที่  ๒

ขั้นนำ

๑. ให้นักเรียนท่องบทอาขยาน ตามที่ครูกำหนดให้ พร้อมๆ  กัน  แล้วให้ร่วมกันอ่านคำศัพท์จากบทเรียนที่ได้เรียนไป

ขั้นสอน

๒. นำนักเรียนทบทวนเนื้อหาและความหมายของการจับใจความอีกครั้ง

๓.จากนั้นนักเรียนฟังคำอธิบายจากครูใหม่อีกครั้งเพื่อความเข้าใจมากยิ่งขึ้นเกี่ยวกับการจับใจความ

๔.นักเรียนทุกคนฟังเรื่องราวจากที่ครูเล่าให้ฟัง  ขณะที่ครูเล่าให้ฟังนักเรียนต้องมีมารยาทในการฟัง  และตั้งใจฟังเรื่องราวที่ครูเล่า

๕.เมื่อครูเล่าเรื่องราวจบให้นักเรียนช่วยกันสรุปเนื้อหาที่มาที่ไป  ว่าเป็นอย่างไรบ้างตั้งแต่ต้นจนจบ  และตามด้วยการตอบคำถามอีก

ครั้ง

๖.ให้นักเรียนหยิบสมุดประจำวิชากขึ้นมาเพื่อทำการทดสอบการจับใจความจากเรื่องที่ฟัง ว่านักเรียนสามารถจับใจความได้มากน้อย

เพียงใด

๗.เมื่อนักเรียนทำเสร็จ  ให้ร่วมกันเฉลยคำตอบพร้อมๆ  กันแล้วรวบรวมคะแนนที่ได้แต่ละคนครูสังเกตและประเมินการฟัง  การตอบ

คำถามต่างๆ  ที่ครูได้ซักถามไป

ขั้นสรุป

๘. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปเนื้อหาและบอกความหมายการจับใจความ  ให้นักเรียนกลับไปทำการบ้านโดยให้ไปอ่านเนื้อหาใหม่ใน

บทถัดไป เพื่อสรุปจับใจความต่อไป


ชั่วโมงที่  ๓

ขั้นนำ

๑. นักเรียนทุกคนออกมาทำท่าตามคำสั่ง โดยฟังเสียงสัญญาณนกหวีดแต่ละครั้ง  เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนเรียน

ขั้นสอน

๒.ให้นักเรียนหยิบหนังสือเรียน  เปิดหน้าหน่วยที่  ๖  เรื่อง  โรงเรียนลูกช้าง แล้วให้นักเรียนฝึกอ่านพร้อมๆ  กัน เพื่อสังเกตนักเรียนที่

สามารถอ่านและมีความตั้งใจในการอ่าน

๓.เมื่อนักเรียนอ่านจบแล้ว  ในกรณีที่นักเรียนอ่านไม่คล่องให้นักเรียนอ่านตามครูหรือตัวแทนใหม่อีกครั้ง  โดยให้ทุกคนตั้งใจฟัง

และอ่านพร้อมทั้งจับใจความสำคัญให้ได้มากที่สุด

๔.เมื่อนักเรียนอ่านจบให้นักเรียนทุกคนยืนขึ้นเพื่อเตรียมตอบคำถามครูจากเรื่องที่อ่านเป็นรายบุคคล

๕.จากนั้นให้นักเรียนทุกคนนั่งลงครูแนะนำและเสนอแนะนักเรียนบางคนเกี่ยวกับการฟังว่าควรปฏิบัติตนอย่างไร จึงให้ได้ใจความจาก

เนื้อหาที่ครูได้เล่าไป

๖.นักเรียนทุกคนฝึกการฟังใหม่อีกครั้งจากเรื่องนอกบทเรียน  โดยให้ปฏิบัติตามกติกาที่ครูได้แนะนำและได้บอกไปว่าควรปฏิบัติ

อย่างไรจึงจะถุกต้อง  เมื่อนักเรียนฟังจบแล้ว  ร่วมกันสรุปเนื้อหาจากเรื่องที่ฟังอีกครั้ง  นักเรียนตอบคำถามจากที่ครูถามไปว่าถูกต้อง

หรือไม่

ขั้นสรุป

๗.ให้นักเรียนทำการบ้านโดยอ่านบทความสั้น ๆ แล้วตอบคำถาม ๓  ข้อ

๘. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปการจับใจความอีกครั้งเพื่อความถูกต้อง


สื่อการเรียนรู้

๑.  หนังสือเรียนภาษาพาที  ชั้น  ป.๑

๒.  แบบฝึกหัดการตอบคำถามการจับใจความ

๓.  หนังสือวรรณคดีลำนำ  ชั้น  ป.๑

๔.  บทความนอกบทเรียน


                                          ...............................................................................................


                                                                      แผนการจัดการเรียนรู้

กลุ่มสาระการเรียนรู้  ภาษาไทย รหัสวิชา  ท ๑๑๑๐๑     ชั้น  ประถมศึกษาปีที่  ๑

หน่วยการเรียนรู้ที่  ๔  เรื่อง  สนุกเหลือ  อะ  อี  อี  อุ  เอะ  และ  แอะ  ภาคเรียนที่  ๑  เวลา  ๒๐  ชั่วโมง  คะแนน  ๑๐ คะแนน

ผู้สอน  นางสาวสุภาณี  วโรทัยพัฒนพงษ์ โรงเรียนเทศบาลตำบลปริก                  (ชม.ที่ ๙-๑๒)

มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ท 1.1  ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อนำไปใช้ตัดสินใจ  แก้ปัญหาในการดำเนินชีวิต และมีนิสัยรักการ

อ่าน

ตัวชี้วัด

ท 1.1 ป 1/1  อ่านออกเสียงคำ คำคล้องจอง และข้อความสั้นๆ

ท 1.1 ป 1/2  บอกความหมายของคำ และข้อความที่อ่าน

ท 1.1 ป 1/3  ตอบคำถามเกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน

ท 1.1 ป 1/8  มีมารยาทในการอ่าน

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ท 2.1  ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเรื่องราว ในรูปแบบต่างๆ เขียนรายงานข้อมูล

สารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมีประสิทธิภาพ

ตัวชี้วัด

ท 2.1 ป 2/1  คัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัด

ท2.1ป2/2 เขียนสื่อสารด้วยคำและประโยคง่ายๆ

ท2.1ป2/3 มีมารยาทในการเขียน

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ท 3.1สามารถเลือกฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ  และพูดแสดงความรู้ ความคิด และความรู้สึกในโอกาสต่างๆ  อย่างมี

วิจารณญาณและสร้างสรรค์

ตัวชี้วัด

ท3.1 ป1/1 ฟังคำแนะนำ คำสั่งง่ายๆ และปฏิบัติตาม

ท3.1 ป1/2 ตอบคำถามและเล่าเรื่องที่ฟังและดู ทั้งที่เป็นความรู้และความบันเทิง

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ท 4.1    เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย  การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลังของภาษา ภูมิปัญญาทาง

ภาษา และรักษา  ภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ

ตัวชี้วัด

ท 4.1 ป 1/1บอกและเขียนพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ และเลขไทย

ท4.1 ป1/2 เขียนสะกดคำและบอกความหมาย ของคำ

ท 4.1 ป1/3 เรียบเรียงคำเป็นประโยคง่าย ๆ

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ท 5.1เข้าใจและแสดงความคิดเห็น  วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเห็นคุณค่าและนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง

ตัวชี้วัด

ท5.1ป1/1บอกข้อคิดที่ได้จากการอ่านหรือการฟังวรรณกรรมร้อยแก้วและร้อยกรองสำหรับเด็ก

ท5.1ป1/2ท่องจำบทอาขยานตามที่กำหนด  และบทร้อยกรองตามความสนใจ


สาระสำคัญ

                  การพูดแสดงความรู้สึก  คือการพูดบรรยายความรู้สึก    เป็นลักษณะการพูดถ่ายทอดความรู้ อารมณ์ ความรู้สึก หรือ

ความคิดเห็นในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง โดยผู้พูดมีจุดมุ่งหมายเพื่อโน้มน้าวใจผู้ฟังให้คล้อยตาม หรือเชื่อในเรื่องนั้น ๆ  การถ่ายทอดความ

รู้สึก หรือความคิดเห็นออกมาเป็นถ้อยคำแล้วสามารถทำให้ผู้ฟังคล้อยตามหรือเชื่อตามนั้น ผู้พูดจำเป็นต้องอาศัยศิลปะในการพูด

การใช้น้ำเสียง  ท่าทาง ตลอดจนการเลือกใช้คำในการพูด    รวมถึงกลวิธีในการเล่าเรื่องให้น่าสนใจ การพูดบรรยายความรู้สึก เช่น

การพูดแสดงความยินดี    การกล่าวแสดงความเสียใจ การพูดเล่าเหตุการณ์ที่ได้ประสบ เช่น เหตุการณ์ที่ทำให้หวาดกลัว ตื่นเต้น

ตกใจการพูดเพื่อปลอบใจ เป็นต้น


สาระการเรียนรู้

ความรู้ (K)

๑.  นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการพูดแสดงความรู้สึกได้

๒. นักเรียนสามารถอธิบายความหมายการพูดแสดงความรู้สึก

ทักษะ/กระบวนการ (P)

๑.  นักเรียนสามารถพูดแสดงความรู้สึกกับหัวข้อที่กำหนดให้ได้

คุณลักษณะ (A)

๑.  มีความรับผิดชอบ

๒.  มีมารยาทในการฟัง

๓.  มีความตั้งใจในการทำกิจกรรม

๔.  ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

การประเมิน

การพูด

ประเด็นการประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน

๒ (ดี)  ๑(พอใช้)    ๐ (ปรับปรุง)

๑.  พูดแสดงความรู้สึก -  พูดแสดงความรู้สึกที่ตนเองมีได้ชัดเจน มั่นใจ(๒)

                                -  พูดแสดงความรู้สึกได้ชัดเจน แต่ขาดความมั่นใจ (๑)

                                -  ไม่ได้พูดแสดงความรู้สึก    และขาดความมั่นใจ(๐)

๒. การลำดับเรื่องราว -  ลำดับเรื่องราวได้ถูกต้องชัดเจน และเชื่อมโยงเนื้อหาได้ถูกต้อง(๒)

                                -  ลำดับเรื่องราวได้ถูกต้องชัดเจน และเชื่อมโยงเนื้อหาได้บางส่วน(๑)

                                -  ลำดับเรื่องราววกวนขาดความต่อเนื่องในเนื้อหา (๐)

๓.  การใช้น้ำเสียง - น้ำเสียงดัง  ชัดเจน คล่องแคล่ว  ไม่ตกหรือเติม (๒)

                                -  น้ำเสียงดัง  ชัดเจน แต่ไม่คล่องแคล่ว มีตกหรือเติม (๑)

                                -  น้ำเสียงเบาไม่ชัดเจน ไม่คล่องแคล่ว มีตกหรือเติม (๐)

๔.  การใช้ภาษา -  การใช้ภาษาได้สละสลวย ใช้ถ้อยคำได้เหมาะสม(๒)

                                -  การใช้ภาษาไม่สละสลวย  ใช้ถ้อยคำค่อนข้างเหมาะสม(๑)

                                -  การใช้ภาษาไม่สละสลวย  ใช้ถ้อยคำไม่เหมาะสม(๐)


เกณฑ์การตัดสิน

คะแนน  ๖ – ๘    เท่ากับ    ดี      คะแนน  ๓ – ๕  เท่ากับ      พอใช้    คะแนน  ๒ – ๐  เท่ากับ  ปรับปรุง


ชิ้นงาน/ภาระงาน

๑.  แบบสังเกตการณ์การพูดแสดงความรู้สึก        -  สังเกตพฤติกรรมการพูด

๒.  แบบประเมินการพูดแสดงความรู้สึก -  แบบบันทึกการพูดแสดงความรู้สึก


กิจกรรมการเรียนรู้

ชั่วโมงที่  ๑

ขั้นนำ

๑.นักเรียนร่วมกันออกมาหาที่ว่างเป็นของตนเองเพื่อร้องเพลงและทำท่าทางประกอบเพลง  3  เที่ยวพร้อมๆ  กัน

ขั้นสอน

๒.ครูนำนักเรียนสนทนาเกี่ยวกับการพูด  การพูดที่นักเรียนได้พูดไปมีกี่ประเภท  และเป็นลักษณะใดบ้าง  ลองยกตัวอย่างเพื่อ

ทบทวนเนื้อหา

๓.เมื่อนักเรียนทบทวนโดยมีครูคอยเพิ่มเติมเนื้อหาให้นักเรียนได้เข้าใจมากยิ่งขึ้นและสร้างความมั่นใจมากยิ่งขึ้น

๔.ซักถามนักเรียนว่าการพูดแสดงความรู้สึกในความรู้ของนักเรียนเป็นอย่างไร  และสิ่งที่นักเรียนเคยพูดแสดงความรู้สึกอะไรบ้าง

๕.ให้นักเรียนร่วมแสดงความคิดเห็นโดยช่วยกันยกตัวอย่างการพูดแสดงความรู้สึกที่นักเรียนเคยพบเห็นมาหรือเคยได้ยินมา

๖.จากนั้นครูยกตัวอย่างการพูดแสดงความรู้สึกจากสิ่งที่ใกล้ตัวก่อนและออกไปไกลตัว  ๒-๓  ตัวอย่าง

ขั้นสรุป

๗.  ให้นักเรียนสรุปเนื้อหาที่ได้เรียนมา  แล้วมอบหมายงานเกี่ยวกับการพูดแสดงความรู้สึกให้นักเรียนกลับไปคิดรูปแบบการพูด

แสดงความรู้สึกว่าจะพูดเกี่ยวกับเรื่องใดมาคนละ  ๑  เรื่อง 


ชั่วโมงที่  ๒

ขั้นนำ

๑. ให้นักเรียนเตรียมความพร้อมโดยให้นักเรียนไปทำธุระส่วนตัวให้เสร็จภายใน  ๕  นาที

๒.เมื่อนักเรียนทำธุระเรียบร้อยแล้วให้นักเรียน  นั่งสมาธิเพื่อเตรียมตัวเรียน  ๒-๓  นาที

ขั้นสอน

๓. นำนักเรียนสนทนาเกี่ยวกับเรื่องที่ได้เรียนไปเมื่อชั่วโมงที่แล้วว่าเรียนเนื้อหาใด

๔.นักเรียนช่วยกันบอกความหมายการพูดแสดงความรู้สึกเพื่อสร้างความมั่นใจมากยิ่งขึ้น

๕.ขออาสาสมัครออกมาหน้าชั้นเรียนเพื่อพูดแสดงความรู้สึกที่นักเรียนเตรียมมาเป็นการบ้าน

๖.นักเรียนออกมาพูดแสดงความรู้สึกเป็นรายบุคคล  โดยมีครูสังเกตพฤติกรรมและเสนอแนะการพูดเป็นรายบุคคล

๗.เมื่อนักเรียนได้ออกมาพูดแสดงความรู้สึกของตนเองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  ครูเสนอแนะและแนะนำการพูดแสดงความรู้สึกที่ถูกต้อง

ให้นักเรียนได้นำกลับไปปรับปรุงใหม่แล้วมาทดสอบการพูดแสดงความรู้สึกต่อไปใหม่

ขั้นสรุป

๘.  นักเรียนและครูร่วมกันสรุปเนื้อหาและบอกความหมายการพูดแสดงความรู้สึกและ ให้นักเรียนกลับไปทบทวนและปรับปรุงการพูด

แสดงความรู้สึกใหม่

ชั่วโมงที่  ๓

ขั้นนำ

๑. ให้สัญญาณนักเรียนในการความพร้อมทำกิจกรรมเล่นเกมบอกต่อๆ กันไป  ๑๕  นาที

๒.โดยให้นักเรียนแบ่งกลุ่มๆละเท่าๆ  กันจากนั้นหัวหน้าแถวออกมารับข้อความจากครูแล้วกลับไปบอกเพื่อนที่อยู่หลังเราต่อๆ ไปจน

คนสุดท้าย  ๆ มาบอกครูว่าข้อความที่เพื่อนบอกคืออะไร  กลุ่มใดบอกถูกต้องให้เสริมกำลังใจ และกลุ่มใดบอกไม่ถูกต้องให้เสนอ

แนะ

ขั้นสอน

๓. ครูนำนักเรียนสนทนาในการทำกิจกรรมกลุ่มในเรื่องการพูดแสดงความรู้สึก  จากภาพที่ครูกำหนดให้ว่า  มีขั้นตอนและกระบวนการ

อย่างไรบ้าง

๔.ให้นักเรียนจับคู่กันโดยการร้องเพลงจับคู่กัน  เมื่อใครได้คู่แล้วให้ออกมารับกระดาษจากครูเพื่อเขียนชื่อและกลุ่ม

๕.จากนั้นให้นักเรียนสังเกตภาพที่ครูนำมาให้นักเรียนได้ดูทีละภาพ  และร่วมกันแสดงความรู้สึกเบื้องต้น  ตามความคิดของตนเอง

๖.เมื่อนักเรียนเข้าใจกระบวนการแล้ว  ให้คู่แต่ละคู่ช่วยกันแสดงความรู้สึกจากภาพที่กำหนดให้โดยให้เลือกภาพใดภาพหนึ่งเท่านั้น

แล้วร่วมเขียนแสดงความรู้สึกลงในกระดาษที่ครูกำหนดให้ได้มากที่สุดและสมเหตุสมผลมากที่สุด

ขั้นสรุป

๗. เมื่อหมดเวลาครูให้นักเรียนส่งครูเพื่อเก็บไว้  จากนั้นให้นักเรียนเลือกผู้ที่ออกมานำเสนอพร้อมทั้งเตรียมความพร้อมมาให้ดี  ตาม

หัวข้อการประเมินที่ครูอธิบาย

๘.จากนั้นให้นักเรียนกลับประจำทีของตนเองเพื่อเรียนวิชาต่อไป


ชั่วโมงที่  ๔

ขั้นนำ

๑. ให้สัญญาณนักเรียนในการเตรียมความพร้อมที่จะนำเสนอหน้าชั้นเรียนโดยให้นักเรียนไปทำธุระส่วนตัวให้เสร็จ

ขั้นสอน

๒. เมื่อนักเรียนเข้าประจำที่นั่งแล้วครูตกลงกติกามารยาทกับนักเรียนเกี่ยวกับการนำเสนอหน้าชั้นเรียนเป็นรายกลุ่ม  โดยตกลงและ

อธิบายถึงหัวข้อการประเมินให้นักเรียนได้ทราบทั่วกัน

๓.เมื่อพร้อมแล้วให้นักเรียนกลุ่มที่อาสาออกมาก่อนเพื่อนำเสนอ  แล้วต่อด้วยกลุ่มอื่นๆ  จนหมดทุกกลุ่ม  โดยในแต่ละกลุ่มครูคอย

เสนอแนะ  และอธิบายเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น  สำหรับกลุ่มที่ยังไม่ได้ออกมานำเสนอ

๔.เมื่อแต่ละกลุ่มนำเสนอเสร็จแล้ว  ครูสรุปผลการนำเสนอหน้าชั้นเรียนเกี่ยวกับการพูดแสดงความรู้สึกภาพที่นักเรียนได้เลือกไว้ใน

แต่ละกลุ่ม  และควรปรับปรุงในส่วนที่ครูได้แจ้งไป  เพื่องานต่อไป

ขั้นสรุป

๕. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปเนื้อหาการพูดแสดงความรู้สึกและความหมายอีกครั้ง  จากนั้นครูมอบหมายการบ้านให้นักเรียนกลับไป

เตรียมเนื้อหาต่อไป คือ  มาตราตัวสะกด


สื่อการเรียนรู้

๑.ภาพสิ่งแวดล้อม/ภาพเกี่ยวกับสภาพสังคม

๒.เกมบอกต่อๆ กันไป

๓.นกหวีด

แสดงความคิดเห็น

กรุณาป้อน Username / Password ที่ท่านได้ลงทะเบียนไว้กับเว็บไซท์แห่งนี้ หรือ สมัครเป็นสมาชิกของเว็บไซท์
Bold Italic Underline Left Center Right Ordered List Bulleted List Horizontal Rule Page break Hyperlink Text Color :) Quote
คำแนะนำ เว็บไซท์นี้สามารถเขียนข้อความในรูปแบบ มาร์คดาวน์ - Markdown Syntax:
  • วิธีการขึ้นบรรทัดใหม่โดยไม่เว้นช่องว่างระหว่างบรรทัด ให้เคาะเว้นวรรค (Space bar) ที่ท้ายบรรทัดจำนวนหนึ่งครั้ง
  • วิธีการขึ้นย่อหน้าใหม่ซึ่งจะมีการเว้นช่องว่างห่างจากบรรทัดด้านบนเล็กน้อย ให้เคาะ Enter จำนวน 2 ครั้ง

ที่นี่เทศบาลตำบลปริก

สมัครสมาชิก · ลืมรหัสผ่าน