กิตติมา กิตติมา

สวัสดีชาวเทศบาลตำบลปริก

ขอส่งแผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรียนที่ 2 ประจำปีการศึกษา 2553 หน่วยที่ 4

kitti

by กิตติมา @January,23 2011 15.53 ( IP : 118...52 )

เรียน ผู้บริหารสถานศึกษา       ข้าพเจ้านางสาว กิตติมา  เอียดจุ้ย ครูผู้สอน รายวิชาภาษาไทยชั้น ประถมศึกษาปีที่  4 ขอส่งแผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชาภาษาไทยชั้นประถมศึกษาปีที่  4  สัปดาห์ที่ 35- 38
                                          จึงเรียนมาเพื่อทราบ

สัปดาห์ที่ 35

ชั่วโมงที่ 9  เรื่อง คำอุทาน
สอนวันที่.......................... เดือน............................พ.ศ...............................

ขั้นนำ นักเรียนร้องเพลง คำอุทาน  ดังนี้


                                          ลีลา  คำอุทาน

    มารื่นเริงกันไว้นะพวกเรา
อย่าได้ซบเซาและเศร้าใจ

เรามาศึกษาภาษาไทย
พวกคำที่เราใช้เปล่งออกมา

เช่น โอ้โฮ! อนิจจา! น่าสงสาร
ครืน ครืน ! เอ๊ะ! อุ๊ย!และ ซ่า ซ่า !

แข็งแรง กระดูกกระเดี้ยว ใช้กันมา
เขาเรียกกันว่าคำอุทาน

อันอุทาน แยกไว้เป็นสามข้อ
มีอุทาน ซึ่งเลียนเสียงธรรมชาติ

อีกอุทาน เสริมบทมีบทบาท
อีกอุทานเปล่งออกมแสดงอารมณ์

ขั้นสอน

  1. นักเรียนช่วยกันสรุปความรู้ที่ได้จากเนื้อเพลง

  2. แบ่งกลุ่มนักเรียนทำแผนภาพความคิดจากเนื้อเพลง แบ่งชนิดของคำอุทาน จากนั้นให้นักเรียนฟังคำอธิบายเกี่ยวกับคำอุทานแบบต่าง ๆ

  3. นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันยกตัวอย่างคำอุทานแบบต่าง ๆ จากนั้นให้ตัวแทนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอหน้าชั้นเรียน

  4. นักเรียนทำกิจกรรม “จับคำนำไปเติม” โดยนำคำอุทานมาเติมให้ถูกต้องและเหมาะสมกับข้อความ

ขั้นสรุป นักเรียนทำกิจกรรม โต้ตอบกันหน่อย โดยแต่งบทสนทนา โต้ตอบ โดยใช้คำอุทานตามที่กำหนดเช่น

ตัวอย่าง แม่ปู กับลูกปู

แม่ปู            นี่แน่ะ! ลูกเดินให้เหมือนแม่นะ

ลูกปู            แหม!ก็หนูเดินตามแม่ทุกวัน ก็เดินอย่างนี้แหละ เหมือนแม่ทุกอย่าง


ครูกำหนดคำให้นักเรียนช่วยแต่งบทสนทนาโต้ตอบและมอบหมายงานให้นักเรียนทำเป็นการบ้านเพื่อตรวจสอบความเข้าใจ


ชั่วโมงที่ 10  เรื่องคำสันธาน

สอนวันที่.......................... เดือน............................พ.ศ...............................


ขั้นนำ

นักเรียนทำกิจกรรม เกมหาคู่ โดยครูจะมีประโยคให้นักเรียนช่วยกันหาประโยคที่มีความสอดคล้องกัน จากนั้นครูให้นักเรียนหาคำเชื่อมประโยคทั้ง ๒ ให้เป็นประโยคเดียวกัน

ขั้นสอน

1.นักเรียนช่วยกันอ่านออกเสียงประโยคที่มีการเชื่อมต่อเรียบร้อยแล้วทีละประโยคจากนั้นให้นักเรียนสังเกตคำเชื่อม ที่ใช้เชื่อมประโยคต่าง ๆ

ให้กลายเป็นประโยคเดียวกัน ครูอธิบายให้นักเรียนเข้าใจว่า คำเชื่อมเหล่านั้น เรียกว่าคำสันธาน

2. นักเรียนออกมาเขียนคำสันธานที่มีในประโยคและคำสันธานที่นักเรียนเคยพบจากนั้นให้นักเรียนฟังคำอธิบายเกี่ยวกับ ชนิดของคำสันธานว่าแบ่งเป็น ๒ ลักษณะ

คือ สันธานเชื่อมคำ กับคำ และสันธานเชื่อมประโยคหรือข้อความ กับประโยคหรือข้อความ เช่น สันธาน เชื่อมคำกับคำ  = พี่กับน้อง ฟาอีสและนูรนัญมา ประโยคหรือข้อความ กับประโยคหรือข้อความ = มูฮัมหมัดชอบแมวแต่ซาเร๊าะห์ชอบกระต่าย

            3.ให้นักเรียนยกตัวอย่างประโยค จากนั้นช่วยกันวิเคราะห์หาคำสันธานในประโยค เช่น                  พวกเราต้องตั้งใจเรียนมิฉะนั้นจะสอบตก

  1. ครูยกตัวอย่างประโยคให้นักเรียนช่วยกันวิเคราะห์ว่าเป็นวิเศษณ์ขยายคำชนิดใด เช่น  ครูมีความเมตตาต่อนักเรียน ดังนั้น นักเรียนจึงรักคุณครู  = 


    ครูมีความเมตตาต่อนักเรียน    ดังนั้น…จึง    นักเรียนรักคุณครู     (ประโยคที่ 1)                (คำสันธาน)    (ประโยคที่ ๒)                    


    ขั้นสรุป 5.ให้นักเรียนช่วยกันสรุปบทเรียนเกี่ยวกับคำสันธานพร้อมยกตัวอย่างคำบุพบท

  2. มอบหมายแบบฝึกหัดเกี่ยวกับคำสันธานให้นักเรียนทำเป็นการบ้าน


    กิจกรรมที่ 3  การใช้ภาษา เวลาเรียน              ชั่วโมง

ชั่วโมงที่ 11  เรื่อง การใช้พจนานุกรม

สอนวันที่.......................... เดือน...................................พ.ศ......................

ขั้นนำ

  1. ครูนำพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 มาให้นักเรียนดูแล้วสนทนากับนักเรียนเรื่อง “การใช้พจนานุกรม”

ขั้นสอน

  1. นักเรียนศึกษาใบความรู้เรื่อง การใช้พจนานุกรม พร้อมกับแจกพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 ให้นักเรียนศึกษา พร้อมครูอธิบายประกอบ

  2. ครูเขียนคำสลับที่กัน แล้วให้นักเรียนเรียงลำดับคำตามพจนานุกรม เช่น บริหาร – บริษัท – บริจาค – บริภัณฑ์ – บริสุทธิ์ – บริเวณ – บริโภค – บริภาษ – บริกรรม – บริบท – บริการ

  3. กำหนดคำมาให้ แล้วให้นักเรียนเขียนระบุเลขหน้า และความหมาย เช่น ฉัตรมงคล (หน้า..............) หมายถึง..........................................................

  4. กำหนดคำอ่านมาให้ แล้วให้นักเรียนเขียนคำนั้น พร้อมกับหาความหมาย เช่น อะ- เหน็ด – อะ  - หนาด  เขียนว่า...........................................หมายถึง.......

  5. เขียนคำที่ผิดมาให้ แล้วให้นักเรียนหาคำที่ถูก พร้อมกับหาความหมาย เช่น ประดิษฐ์ประดอย คำที่เขียนถูกคือ....................................หมายถึง..................

ขั้นสรุป

  1. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปผลการทำใบกิจกรรมของนักเรียน


    ชั่วโมงที่ 12  เรื่อง การใช้พจนานุกรม (ต่อ)

สอนวันที่.......................... เดือน...........................พ.ศ...............................

ขั้นนำ

  1. นักเรียนอ่านบัตรคำเกี่ยวคำศัพท์ในบทเรียน แล้วอธิบายถึงความหมาย

ขั้นสอน

  1. แบ่งกลุ่มนักเรียนให้หาความหมายองคำศัพท์ในบทเรียน โดยแข่งขันกันกลุ่มไหนทำเสร็จก่อนเป็นฝ่ายชนะ

  2. กลุ่มที่ชนะรายงานผลหน้าชั้นเรียน ผู้ฟังตรวจสอบถึงความถูกต้อง

ขั้นสรุป

นักเรียนและครูร่วมกันสรุปหลักการใช้พจนานุกรมเป็นการทบทวน นักเรียนทำแบบทดสอบเพื่อตรวจสอบความเข้าใจ


                                      สัปดาห์ที่ 36 ชั่วโมงที่ 13    เรื่อง การย่อนิทาน

สอนวันที่.......................... เดือน...........................พ.ศ...............................

ขั้นนำ

1. นักเรียนเล่นเกม  “ ย่น ๆ  ย่อ ๆ  พอเข้าใจ ”

   
ขั้นสอน

2. แบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่มตามความเหมาะสม แล้วให้ศึกษาใบความรู้  เรื่อง การย่อนิทาน  (ภาคผนวก) แล้วให้นักเรียนแต่ละกลุ่ม  ช่วยกันสรุปเป็นแผนภูมิ  ไว้อ่านและศึกษาต่อไป   เช่น

แผนภูมิหลักการย่อนิทาน

2.1. อ่านนิทานเรื่องนั้น ๆ  ให้เข้าใจมากขึ้น

      2.2. เรียงลำดับความใหม่เพื่อให้เข้าใจง่าย

        2.3. เรียงลำดับคำสั้น ๆ รัดกุม ตรงไปตรงมา แล้วใช้คำเชื่อมข้อความให้สระสลวย

    2.4. คำศัพท์ยากให้เปลี่ยนมาใช้คำสามัญที่คนทั่วไปใช้แทน

                2.5. ให้ใช้แบบการย่อดังนี้    ย่อเรื่องอะไร  จากหนังสืออะไร  ใครเป็นผู้แต่ง มีความหมายอย่างไร

  1. นักเรียนแต่ละกลุ่มอ่านนิทาน เเพื่อหาใจความสำคัญของเรื่อง  แล้วย่อนิทานตามรูปแบบ การย่อความ  ดังนี้

              รูปแบบการย่อความ

ย่อเรื่อง……………………………………………ผู้แต่ง...............................................

จากหนังสือ…………………………………………………...ความว่า.....................

( เนื้อเรื่องที่ย่อ)………………………………………………………………………………

..........................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................

  1. แต่ละกลุ่มออกมานำเสนอผลงาน  การย่อนิทาน  หน้าชั้นเรียน  จนครบ  ทุกกลุ่ม  ครูสังเกตพฤติกรรมการรายงาน  พร้อมบันทึกลงในแบบสังเกต


    ชั่วโมงที่ 14  เรื่อง การย่อความ (ต่อ)

สอนวันที่.......................... เดือน.....................................พ.ศ.....................

ขั้นนำ

        นักเรียนอ่านชื่อเรื่อง ขนมไทยไร้เทียมทาน และภาพประกอบแล้วสนทนาถึงความหมายของชื่อเรื่องและความสัมพันธ์ สอดคล้องของภาพกับเรื่องถามประสบการณ์ในการทำขนมของนักเรียน


ขั้นสอน

  1. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 3 – 6 คน เลือกประธานและเลขานุการกลุ่ม

  2. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มศึกษาใบความรู้ เรื่อง การอ่านจับใจความ โดยการตั้งและ ตอบคำถามแล้วแลกเปลี่ยนความรู้ภายในกลุ่ม สรุปเป็นองค์ความรู้หากไม่เข้าใจให้ถามครู

  3. นักเรียนอ่านในใจเรื่องขนมไทยไร้เทียมทาน ภายในเวลา 15 นาที

  4. นักเรียนแต่ละกลุ่มทำกิจกรรมในใบกิจกรรมดังนี้

  • ตั้งคำถามโดยใช้คำว่า ใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไร ทำไม อย่างไร เป็นตน

  • นำคำตอบมาเรียบเรียงเป็นประโยคที่สอดคล้องกันด้วยสำนวนของนักเรียนเอง

  • ครูสุ่มตัวแทนกลุ่มออกมารายงานหน้าชั้นเรียน โดยมีครูเป็นผู้ชี้


    ขั้นสรุป

  • ตัวแทนนักเรียนออกมาสรุปบทเรียนเรื่อง ขนมไทยไร้เทียมทาน ข้อคิดที่ได้จากเรื่องให้เพื่อนฟัง

ชั่วโมงที่ 15  เรื่อง การย่อความ (ต่อ)

สอนวันที่.......................... เดือน.......................................พ.ศ....................

ขั้นนำ

- ครูนำนักเรียนสนทนาถึงงานเขียนที่มีขนาดยาว เช่น เรื่องขนมไทยไร้เทียมทานว่าจะมีวิธีใดที่จะทำให้สนใจเรื่องราวได้อย่างรวดเร็วและมีแต่ใจความสำคัญเท่านั้น

ขั้นสอน

  1. ครูให้ความรู้ในเรื่องการเขียนย่อความ โดยใช้แผนภูมิตามหัวข้อดังนี้
  • ลักษณะการย่อความ

  • รูปแบบการย่อความ

  • วิธีการเขียนย่อความ

  1. แบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 3 – 6 คน โดยให้แต่ละกลุ่มศึกษาการย่อความแล้วอภิปรายกันภายในกลุ่ม

  2. ให้ประธานกลุ่มรับใบกิจกรรมจากครู เขียนย่อความ เรื่องขนมไทยไร้เทียมทานตามรูปแบบโดยศึกษาข้อมูลจากการตอบคำถามและแผนภาพความคิดของเรื่อง

  3. ครูสุ่มตัวแทนกลุ่มเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน โดยมีครูเป็นผู้ชี้แนะ

ขั้นสรุป

  1. ครูสุ่มตัวแทนนักเรียนออกมาสรุปบทเรียนเรื่อง การเขียนย่อความจากเรื่องขนมไทยไร้เทียมทาน


    ชั่วโมงที่ 16  เรื่อง การเขียนคำขวัญ คำแนะนำ คติพจน์

สอนวันที่.......................... เดือน...........................พ.ศ...............................

ขั้นนำ

  1. แจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้ให้นักเรียนทราบ

  2. ให้นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน

ขั้นสอน

  1. ครูอธิบายความหมายของการเขียนเชิงสร้างสรรค์ พร้อมกับยกตัวอย่างประกอบ

  2. นักเรียนช่วยกันสรุปความหมายของการเขียนเชิงสร้างสรรค์ ครูอธิบายเพิ่มเติม

  3. ครูสุ่มตัวแทนนักเรียน    3-4    คน  ยกตัวอย่างงานเขียนเชิงสร้างสรรค์ที่เคยอ่านมาและเกิดความประทับใจ พร้อมทั้งบอกเหตุผล


    ขั้นสรุป

  4.   ให้นักเรียนทำใบงาน เรื่อง การเขียนเชิงสร้างสรรค์ เมื่อทำเสร็จแล้วรวบรวมส่งครูตรวจ

  5. ครูตรวจใบงานของนักเรียน แล้วยกตัวอย่างผลงานที่เขียนดีแล้วให้นักเรียนที่เป็นเจ้าของ ใบงานมาอ่านให้เพื่อนฟังหน้าชั้นเรียน ครูชี้แจงเพิ่มเติม

                                    สัปดาห์ที่ 37

ชั่วโมงที่ 17  เรื่อง  การเขียนคำขวัญ คำแนะนำ คติพจน์ (ต่อ)

สอนวันที่.......................... เดือน................................พ.ศ....................

ขั้นนำ

  1. นักเรียนช่วยกันยกตัวอย่างคติพจน์และคำคมที่เคยได้อ่านหรือได้ฟังมา โดยเขียนบนกระดานดำ

ขั้นสอน

  1. นักเรียนช่วยกันพิจารณาลักษณะและวิธีการเขียนคติพจน์และคำคม จากตัวอย่างบนกระดานดำ แล้วช่วยกันแต่งคติพจน์และคำคมอย่างละ 1 ประโยค โดยร่วมกันพิจารณาว่า คำที่ใช้เขียนคติพจน์ คำคม นั้นถูกต้องและเหมาะสมหรือไม่ ครูอธิบายเพิ่มเติมและช่วยชี้แนะ

  2. นักเรียนแบ่งกลุ่มย่อย กลุ่มละ 4 คน เขียนคติพจน์และคำคม กลุ่มละ 2 คติพจน์และ 2 คำคม

ขั้นสรุป

  1. ครูตรวจผลงานของแต่ละกลุ่ม ชมเชยนักเรียนกลุ่มที่เขียนคติพจน์และคำคมได้ดี และชี้แจงข้อบกพร่องให้กับกลุ่มนักเรียนที่ต้องแก้ไข

  2. ครูให้ข้อสังเกตความแตกต่างของคติพจน์และคำคม พร้อมให้นักเรียนแสดงความคิดเห็น แล้วสรุปโดยการจดบันทึกลงในสมุด

ชั่วโมงที่ 18  เรื่อง การเขียนคำขวัญ คำแนะนำ คติพจน์ (ต่อ)

สอนวันที่.......................... เดือน................................พ.ศ..........................

ขั้นนำ
              1.  ให้นักเรียนยกตัวอย่างคำขวัญโดยเขียนบนกระดานดำ 1 คำขวัญ แล้วร่วมกันพิจารณาหลักการและวิธีการเขียนคำขวัญ

ขั้นสอน

2.  นักเรียนช่วยกันบอกหลักในการเขียนคำขวัญ แล้วครูอธิบายเพิ่มเติมในส่วนที่บกพร่อง

3.  ให้นักเรียนแบ่งเป็นกลุ่มย่อย กลุ่มละ 4 คน ให้ตัวแทนนักเรียนจับสลากหัวข้อในการเขียนคำขวัญ ซึ่งมี 6 หัวข้อ ดังนี้

   รักโรงเรียน            ความเพียรพยายาม

   รักษาสิ่งแวดล้อม           การรักษาความสะอาด

   การประหยัดอดออม    ความกตัญญู

4.  นักเรียนในแต่ละกลุ่มช่วยกันแต่งคำขวัญ ความยาวไม่เกิน 16 คำ แล้วนำส่งครูผู้สอน

ขั้นสรุป

5.  ครูตรวจผลงาน คัดเลือกผลงานที่ดีแล้วให้ตัวแทนกลุ่มออกมาอ่านหน้าชั้นเรียน แล้วนำไปติดป้ายนิเทศให้เพื่อนๆ ได้ดูเป็นตัวอย่าง

6.&nbsp; ครูชมเชยนักเรียนกลุ่มที่เขียนคำขวัญได้ดี&nbsp; และให้กำลังใจพร้อมชี้แจงให้กลุ่มนักเรียนที่ยังมีข้อบกพร่องในการเขียนในเรื่องการเลือกใช้คำในการเขียน<br />



ชั่วโมงที่ 19  เรื่อง การแต่งประโยค

สอนวันที่.......................... เดือน....................................พ.ศ.....................

ขั้นนำ

  1. ทบทวนบทเรียนโดยนักเรียนอ่านบัตรคำ นักเรียนฝึกอ่านออกเสียง

ขั้นสอน

2.&nbsp; แบ่งนักเรียนออกเป็น 4&nbsp; กลุ่มตามความเหมาะสม&nbsp; ให้นักเรียนร่วมกันจำแนกคำจากภาพผลไม้ที่กำหนดโดยปฏิบัติตามขั้นตอนดังนี้

&nbsp; &nbsp;  2.1&nbsp; สำรวจคำจากภาพผลไม้แล้วจดบันทึก

&nbsp; &nbsp;  2.2&nbsp;  นำคำมาจำแนกคำเป็นกลุ่มตามมาตราตัวสะกด<br />
  1. นำภาพผลไม้ 1 ภาพให้นักเรียนอ่านชื่อผลไม้ และฝึกแต่งประโยคปากเปล่า ครูแนะนำการแต่งประโยคต้องมีส่วนประกอบอย่างน้อยสองส่วนคือประธานและกริยา

ยกตัวอย่างประโยคให้นักเรียนฟัง แล้วให้นักเรียนดูภาพผลไม้อีก 1 ภาพ ให้นักเรียนช่วยกันแต่งประโยคปากเปล่า

4.  นักเรียนแต่ละกลุ่มนำคำที่รวบรวมไว้มาแต่งประโยค บันทึกผลงานไว้

5.&nbsp;  นักเรียนแต่ละกลุ่มทำกิจกรรม

&nbsp; &nbsp; 5.1&nbsp; สำรวจชื่อต้นไม้ในบริเวณโรงเรียน

&nbsp; &nbsp; 5.2&nbsp; จำแนก จัดหมวดหมู่คำตามมาตราตัวสะกด

&nbsp; &nbsp; 5.3&nbsp; เลือกตำมา 5&nbsp; คำ&nbsp; แล้วระดมความคิดแต่งประโยค คำละอย่างน้อย 5 ประโยค<br />

&nbsp; &nbsp; 5.4&nbsp; นำเสนอผลงาน

ขั้นสรุป

  1. ครูและนักเรียนช่วยกันสรุปความรู้เรื่องการแต่งประโยค


    ชั่วโมงที่ 20  เรื่อง    การแต่งประโยค (ต่อ)

สอนวันที่.......................... เดือน..........................พ.ศ...............................

ขั้นนำ

  1. ครู ติดแผนผังโครงสร้างประโยคให้นักเรียนดู  แล้วอธิบายให้นักเรียนฟังว่า  ประโยค คือ การนำคำมาเรียบเรียงให้ได้ใจความ  ซึ่งจะต้องประกอบด้วยภาคประธาน  และภาคแสดง  อาจมีกรรม  หรือไม่มีก็ได้

ขั้นสอน

  1. ครู แบ่งนักเรียนเป็น 4 กลุ่ม  แล้วให้นักเรียนร่วมกันปฏิบัติกิจกรรม “เรียงคำให้เป็นประโยค” โดยครูแจกบัตรคำให้แต่ละกลุ่ม (บัตรคำชุดเดียวกัน)  แล้วให้แต่ละกลุ่มเรียงบัตรคำให้เป็นประโยคให้ได้มากที่สุด

  2. นักเรียน แต่ละกลุ่มนำเสนอประโยคที่เรียบเรียงได้  เพื่อนกลุ่มอื่นร่วมกันตรวจสอบความถูกต้อง  กลุ่มที่เรียงประโยคได้ถูกต้องมากที่สุด  จะเป็นฝ่ายชนะ

  3. นักเรียนศึกษาความรู้เรื่อง  ประโยคบอกเล่า  ในหนังสือเรียน

ขั้นสรุป

  1. ครู แบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม  กลุ่มละ 5-6 คน  ให้แต่ละกลุ่มร่วมกันปฏิบัติกิจกรรม “แต่งประโยคบอกเล่า” โดยแต่ละกลุ่มช่วยกันแต่งประโยคบอกเล่า  ภายในเวลา 3 นาที  กลุ่มใดแต่งประโยคได้ถูกต้องมากที่สุดจะเป็นฝ่ายชนะ


                          สัปดาห์ที่ 38

ชั่วโมงที่ 21  เรื่อง การเขียนเรื่องสร้างสรรค์

สอนวันที่.......................... เดือน...........................พ.ศ...............................

ขั้นนำ

นักเรียนฟังเรื่องเล่า บทความตำบลปริก จากครู จากนั้นนักเรียนช่วยกันพูดถึงเรื่องเล่าที่ครูอ่าน วิถีแห่งปริก...คิดแบบบ้านบ้าน ทำแบบเอกชน


          ถ้า เป็นเมื่อก่อน ต.ปริก อ.สะเดา จ.สงขลา คือที่ที่ไม่ค่อยมีใครรู้จักเท่าใดนัก แม้แต่คนไทยเองก็ตาม เนื่องจากเป็นชุมชนเล็ก ๆ อยู่ไกลปืนเที่ยง

          แต่วันนี้ "ชุมชนปริก" ยกระดับการพัฒนาตัวเองจนกลายเป็นศูนย์พัฒนาชุมชนตัวอย่างที่คนไทยทั้งประเทศ ร่วมชื่นชมด้วยความภาคภูมิใจ ทั้งในด้านภูมิปัญญา ความสามัคคี และรอยยิ้มของชาวปริก

          ด้วยแนวคิด "วิถีแห่งปริก...คิดแบบ บ้านบ้าน ทำแบบเอกชน เพื่อตำบลน่าอยู่" ทำให้เทศบาลตำบลปริกบริหารจัดการภายในชุมชนกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีกิจกรรมและศูนย์เรียนรู้เพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม หลอมรวมคนในชุมชนให้มีหัวใจจิตอาสาอย่างจริงใจ ไม่เสแสร้ง  แกล้งทำ

          ก่อนหน้านี้หลังจากเทศบาลตำบลปริกร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดทำโครงการพัฒนาเครือข่ายชุมชนท้องถิ่นร่วมขับเคลื่อนตำบลสุขภาวะ พบว่าเทศบาลแห่งนี้เกิดแหล่งเรียนรู้เพื่อสังคมในชุมชนมากมาย อาทิ กลุ่มออมทรัพย์เพื่อชุมชน, ระบบอาสาสมัครเพื่อการดูแลสุขภาพ, โครงการ อสม.น้อย, อาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุ ดูแล ผู้ป่วยเรื้อรัง ดูแลผู้พิการ และการจัดการขยะในชุมชน

          ยก ตัวอย่างให้เห็นภาพชัด ๆ เรื่องการจัดการขยะในชุมชน แนวคิดก็คือ จากเดิมชุมชนแห่งนี้มีปัญหาเรื่องขยะล้นชุมชน ส่งกลิ่นเหม็นคลุ้ง กระทบสุขภาวะคนในชุมชนอย่างหนัก กระทั่งคนในชุมชนพยายามหาทางทำลายขยะด้วยวิธีการจัดการขยะแบบครบวงจร โดยเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชน

          ทั้งนี้ โดยมีรูปแบบการดำเนินการใน 3 ระยะ ได้แก่

          1.ระยะเริ่มต้น ซึ่งมุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนความคิด สร้างจิตสำนึกในชุมชน เริ่มจากการจัดเก็บข้อมูลในชุมชนแต่ละแห่ง ซึ่งพบว่าแต่ละแห่งมีขยะล้น 8-10 ตัน/วัน

          2.ระยะการเรียนรู้ คือ เมื่อคนในชุมชนมองว่า "ขยะ" เป็นปัญหาจึงมีแนวคิด "การจัดการขยะฐานศูนย์" ทำให้ขยะหมดไป ทั้งต้นทาง กลางทาง และปลายทาง โดยเริ่มขั้นตอนง่าย ๆ ด้วยการนำขยะอินทรีย์ที่คิดว่าไม่มีประโยชน์ แยกน้ำแยกกากให้หมดเพื่อนำมาทำปุ๋ยหมัก หรือทำน้ำหมักชีวภาพใช้ในครัวเรือน เช่น นำน้ำหมักขยะไปรดน้ำต้นไม้

          3.ระยะการร่วมคิด ร่วมทำ ขยายผลสู่ชุมชน โดยหลังจากแยกขยะเสร็จสรรพ การต่อยอดต่อไปก็คือ จัดตั้ง "ธนาคารขยะ" โดยชักชวนให้เด็ก ๆ ในชุมชน จัดตั้ง "กลุ่มเยาวชนอาสาประชาเป็นสุข"
          ตัวอย่าง กิจกรรมจากการจัดการขยะก็เช่น การจัดการขยะฐานศูนย์ทั้งในครอบครัวและโรงเรียน ส่งผลให้เกิดแนวคิดต่อยอดในการผลิตพลังงานจากปุ๋ยหมักชีวภาพโดยการผลิตก๊าซ มีเทนในการหุงต้มทำอาหารกลางวันสำหรับนักเรียนและใช้สอยในครอบครัว อีกหนึ่งกิจกรรมที่น่าสนใจก็คือ คนในชุมชนที่นี่โดยเฉพาะผู้สูงวัยส่วนใหญ่จะเป็นโรคเบาหวานและความดันโลหิต เพราะบริโภคอาหารที่ไม่เหมาะสม และไม่ค่อยออกกำลังกาย คุณครูในโรงเรียนชุมชนท่านหนึ่งจึงปิ๊งไอเดียง่าย ๆ ว่า นักเรียนในโรงเรียนน่าจะสามารถดูแล ผู้ป่วยเหล่านี้ได้ จึงจัดตั้งโครงการ "หัวใจดวงน้อยดูแลผู้ป่วยความดัน-เบาหวาน"

          การ ดูแลก็ไม่ใช่เรื่องเหลือบ่ากว่าแรงนั่นก็คือ หลังกลับจากโรงเรียนแล้วเด็ก ๆ ในโครงการอาสาเหล่านี้จะตระเวนเยี่ยมผู้ป่วยตามบ้านด้วยการปั่นจักรยาน ขี่มอเตอร์ไซค์ หรือถ้าบ้านใกล้เรือนเคียงกันหน่อยก็เดินไปเยี่ยมเยียนให้กำลังใจผู้เฒ่าผู้ แก่ ให้คำแนะนำที่ได้จากการเรียนสุขศึกษาในโรงเรียน ทั้งเรื่องการบริโภคอาหาร การออกกำลังกายและใจ เป็นต้น เรียกว่าเป็นพยาบาลรุ่นจิ๋วก็ว่าได้

          งานนี้เด็ก ๆ ก็แฮปปี้ที่ได้ดูแลพี่ ป้า  น้า อา ขณะที่ผู้ป่วยรุ่นใหญ่ก็รู้สึกปลื้มใจที่ลูก ๆ หลาน ๆ ไม่ทิ้งชุมชน "เด็กในโครงการรายหนึ่งฝันว่า...โตขึ้นหนูอยากเป็นพยาบาล ใส่ชุดสีขาว จะได้ มารักษาคนในหมู่บ้านที่ไม่สบายให้ หายป่วยค่ะ"

          "น.พ.ประเวศ วะสี" ราษฎรอาวุโส ให้เครดิตกับชุมชนบ้านปริกว่า "...นี่ถือเป็นตัวอย่างของการเชื่อมโยงระหว่างระบบเศรษฐกิจชุมชนกับระบบเศรษฐกิจมหภาคที่เกื้อกูลกันได้อย่างน่าชื่นชม"

          ขณะที่นักธุรกิจเอกชนหลายคนลงพื้นที่ศึกษาดูงานบ้านปริก ถึงกับเอ่ยปากว่า นี่คือ CSR เพื่อชุมชน โดยชุมชน อย่างแท้จริง
          ขณะ ที่ประชาชนส่วนใหญ่ในหมู่บ้านเล่าว่า จริง ๆ แล้วแต่ละโครงการในชุมชนไม่ได้ซับซ้อนอะไร แต่ต้องการให้คนในชุมชนรัก ช่วยเหลือและเอาใจใส่บ้านเกิดให้มีความเป็นอยู่ที่ดีและพอเพียงก็เท่านั้น เอง

          นี่เป็นเพียงตัวอย่างเล็ก ๆ ในการตอบแทนสังคมโดยไม่หวังผลตอบแทน  ของวิถีชุมชนเล็กๆ วิถีชุมชนแห่งปริก...คิดแบบบ้านบ้าน  ทำแบบเอกชน
ที่มา: หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ


ขั้นสอน

1.นักเรียนศึกษาวิธีการเขียนเชิงสร้างสรรค์โดยใช้ตัวอย่างงานเขียน เรื่องวิถีแห่งปริกเป็นแบบ

2.นักเรียนช่วยกันวิเคราะห์การใช้ภาษา ลักษณะและรูปแบบการเขียน

3.ให้นักเรียนช่วยกันสรุปลักษณะของการเขียนเชิงสร้างสรรค์ แบบการเขียนเรื่องเล่าเป็นแผนภาพบนกระดานดำ

ขั้นสรุป

4.ครูมอบหมายให้นักเรียนศึกษารูปแบบการเขียนเชิงสร้างสรรค์เพิ่มเติมและให้นักเรียนกลับไปสอบถามเกี่ยวกับเรื่องเล่าในหมู่บ้านหรือเกี่ยวกับตำบลปริกจากผู้ปกครองเพื่อนำข้อมูลมาจัดการเรียนการสอนในชั่วโมงต่อไป

ชั่วโมงที่ 22  เรื่อง การเขียนเรื่องสร้างสรรค์ (ต่อ)

สอนวันที่.......................... เดือน...........................พ.ศ...............................

ขั้นนำ

นักเรียนและครูร่วมกันทบทวนความรู้ที่ได้จากการเรียนเมื่อชั่วโมงที่ผ่านมา พร้อมทั้งสุ่มให้นักเรียนออกมานำเสนอ เรื่องเล่าที่นักเรียนได้กลับไปสอบถามจากผู้ปกครองหน้าชั้นชั้นเรียน

ขั้นสอน

1.ครูนำบทความ เรื่อง กลุ่มอนุรักษ์คลองอู่ตะเภา บ้านเคียนเภา ตำบลปริก ให้นักเรียนอ่าน ดังนี้

กลุ่มอนุรักษ์คลองอู่ตะเภา บ้านเคียนเภา ตำบลปริก




เมื่อเร็วๆนี้ ลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภาได้มีโอกาสต้อนรับกลุ่มชุมชนกลุ่มหนึ่งที่รวมตัวกันด้วย ความบริสุทธิ์ใจ ด้วยความอยากรับรู้สภาพความเป็นไปของคลองอู่ตะเภา พวกเขาลงเรือล่องคลองมาตั้งแต่ต้นน้ำ ลุยดงน้ำเสียละแวกกลางน้ำที่เต็มไปด้วยโรงงานและชุมชน ข้ามฝาย ข้ามประตูน้ำลงไปจนถึงปลายน้ำที่ตำบลคูเต่าและออกไปสู่ปากทะเลสาบ

ระหว่างทางท้องถิ่นและชุมชนที่เรือผ่านทางไปต่างเป็นเจ้าภาพคอยรับรองและ ดูแลพวกเขา ใช้เวลาล่องคลองกัน7 วันเต็มๆ สื่อท้องถิ่นเองก็พร้อมใจกันนำเสนอข่าวการล่องคลองในครั้งนี้ สร้างความตื่นตัวได้พอสมควร พวกเราเองในนามเครือข่ายรักษ์คลองอู่ตะเภาก็พลอยชื่นใจไปด้วย

ว่าไปแล้วพวกเรามีโอกาสล่องเรือในคลองกันอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง แต่ก็ไม่ได้ล่องมาตั้งแต่ต้นน้ำ ด้วยสภาพความคดเคี้ยวของสายน้ำ และเต็มไปด้วยน้ำเสีย น้ำขุ่นข้นจากการดูดทรายและการทรุดพังของตลิ่งริมน้ำ ขณะเดียวกันก็มีคันกั้นน้ำบริเวณสะพานท่าเคียนขวางกั้นเอาไว้ คันกั้นน้ำดังกล่าวมีไว้ดักน้ำเค็มไม่ให้ไหลไปยังจุดสูบน้ำดิบสำหรับผลิตน้ำ ประปาเลยไม่มีโอกาสได้สัมผัสน้ำเสียและสภาพของธรรมชาติละแวกกลางน้ำ อย่างเก่งก็ได้แค่ขับรถแวะเวียนผ่านไปผ่านมา วันนี้มีโอกาสได้ไปเยี่ยมพวกเขา ผมนัดกับพี่ดุก ไปหาพวกเขา ณ สถานที่รวมตัวกันเลี้ยงปลาในกระชังของกลุ่ม ซึ่งอยู่ในสวนยางของเถ้าแก่ใหญ่ ปลาในกระชังนี้จะใช้เป็นตัวชี้วัดคุณภาพของน้ำ กระชังปลาเหล่านี้เกิดขึ้นจากข้อตกลงร่วมกันระหว่างชุมชนกับโรงงาน และได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชน เท่ากับว่านี่คือสัญญาประชาคมในการอนุรักษ์น้ำร่วมกัน มาถึงก็พบพวกเขานั่งอยู่เต็มไปหมดบนขนำที่ทำการกลุ่ม มองลงไปจากที่นี่จะเห็นหน้าท่า กระชังปลา สายน้ำที่คดเคี้ยวแยกทางเป็นสองสาย มีสมาชิกของกลุ่มลงไปว่ายน้ำเล่นอย่างเพลินใจ ใกล้ๆกระชังปลาก็มีระหัดวิดน้ำ น้ำในคลองเดือนเมษายนยังมีไหลเอื่อยเฉื่อย นั่งฟังสมาชิกของกลุ่มเล่าให้ฟังถึงความยากลำบากในการล่องคลอง ที่กว่าจะฟันฝ่าน้ำเสีย สิ่งขวางกั้นระหว่างทาง บางคนบอกว่านึกไม่ถึงว่าสมาชิกกว่าสิบชีวิตที่ร่วมเดินทางไม่มีใครปริปากบ่น และโชคดีที่สุดที่ไม่มีใครได้รับอุบัติเหตุใดแผ้วพาน ไม่ใช่เรื่องง่าย การที่อยู่ดีๆชาวบ้านจะลุกขึ้นมาสำรวจสายน้ำด้วยใจบริสุทธิ์ พวกเขาไม่ได้มุ่งหวังสิ่งใดตอบแทน มีแต่ความผูกพันและเห็นประโยชน์จากสายน้ำ หล่อเลี้ยงชีวิตในหลายมิติ (ลองนึกดูเถอะว่าช่วงนี้ราคายางกิโลละ 100 กว่าบาท การยอมสละเวลาไปล่องคลองถึง 7 วัน เท่ากับเสียรายได้ไปไม่น้อย)


ขณะคุยสมาชิกของกลุ่มเมื่อว่างเว้นจากการกรีดยางก็เริ่มทยอยมา ล้อมวงทานอาหารเที่ยงด้วยกัน ย้อนหลังไปไม่ถึง 2 ปี กลุ่มอนุรักษ์คลองอู่ตะเภา บ้านเคียนเภา ตำบลปริก จังหวัดสงขลา เกิดขึ้นมาจากชุมชนที่เล็งเห็นปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นในพื้นที่มา โดยตลอดหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะปัญหาน้ำเสียจากโรงงานที่เกิดขึ้นปีละไม่ต่ำกว่า 3-4 ครั้ง และเกิดในช่วงเดือนเมษายนเป็นพิเศษ ต่อมาปัญหาความขัดแย้งระหว่างโรงงานกับชุมชนเริ่มทวีความรุนแรงขึ้น โรงงานมีโครงการใช้ถ่านหินเป็นพลังงานเชื้อเพลิง ชุมชนรวมตัวกันคัดค้าน นำมาสู่ความบาดหมางกระทั่งมีการเจรจาหาข้อยุติและโรงงานก็ได้ล้มเลิกโครงการ ดังกล่าวไป ความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนกับโรงงานเริ่มกลับมาแน่นแฟ้นกลมเกลียวกันอีกครั้ง

ในช่วงของความขัดแย้ง พี่ดุก ทางมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และอุตสาหกรรมจังหวัด ได้เข้ามาช่วยหาทางออกร่วมกันกระทั่งนำมาสู่กิจกรรมการเลี้ยงปลาในกระชัง และเกิดกลุ่มอนุรักษ์ตามมา


จากฐานความสัมพันธ์ที่ชุมชนมีต่อกัน บวกกับการมีกลุ่มเยาวชนที่มีเจ้ามิว ซึ่งเป็นสมาชิกของกลุ่มต้นกล้าเพื่อการอนุรักษ์เป็นแกนนำ ได้มีโอกาสมาจัดค่ายที่นี่ และมีตัวเร่งจากปัญหาความกระทบกระทั่งกับโรงงานทำให้กลุ่มที่มีสมาชิกประมาณ 60 คน มีทั้งกลุ่มผู้สูงวัย กลุ่มเยาวชน มีโอกาสได้ต่อยอด รวมตัวกัน นำมาสู่กิจกรรมอนุรักษ์สายน้ำ พวกเขาเริ่มต้นจากการเรียนรู้การวัดคุณภาพน้ำ มีโอกาสได้เดินทางสำรวจต้นน้ำในฟากของเทือกเขาน้ำค้าง และได้ดูงานด้านเศรษฐกิจพอเพียง จนกระทั่งนำมาสู่การเริ่มต้นลดรายจ่ายในครัวเรือน ทำน้ำยาเอนกประสงค์ ทำเตาเผาชีวมวล เตาเผาถ่าน การปลูกผักน้ำ การทำปุ๋ยชีวภาพ เมื่อมีโอกาสได้เห็นต้นน้ำ ทางกลุ่มก็เกิดแรงบันดาลใจต่อ เกิดความอยากลงไปล่องคลองให้ตลอดสาย แรงบันดาลใจดังกล่าวได้รับการสนองตอบจากบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งสนับสนุนงบ ประมาณให้ไปสำรวจสายน้ำ และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้กลุ่มอนุรักษ์นี้เริ่มเป็นที่รู้จัก


กลุ่มอนุรักษ์คลองอู่ตะเภา บ้านเคียนเภา มีนายฮาเฉม สนยาแหละ เป็นประธาน และมีนางสาวศิราณี หมัดเสฟ เป็นเลขานุการ

  1. .แบ่งนักเรียนออกเป็น 4 กลุ่ม จากนั้นให้นักเรียนคัดเลือกเรื่องเล่าที่ได้จากการสอบถามผู้ปกครองมาเขียนใหม่ โดยใช้ภาษาตามลักษณะการเขียนเชิงสร้างสรรค์ โดยนักเรียนสามารถดูแบบการเขียนจากเรื่องเล่าตำบลปริกและ กลุ่มอนุรักษ์คลองอู่ตะเภา

3.ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอผลงานการเขียนเชิงสร้างสรรค์ของกลุ่มหน้าชั้นเรียน

ขั้นสรุป

ครูวิจารณ์งานเขียนของนักเรียนทีละกลุ่มเพื่อเป็นแนวทางในการปรับปรุงงานเขียนของตนเอง

ชั่วโมงที่ 23  เรื่องการเขียนเรื่องสร้างสรรค์ (ต่อ)

สอนวันที่.......................... เดือน............................พ.ศ...............................

ขั้นนำ

  1. ให้นักเรียนช่วยกันยกตัวอย่างโฆษณาสินค้าในปัจจุบันที่เห็นผ่านทางสื่อต่างๆ ในปัจจุบัน ที่ชอบหรือประทับใจ พร้อมชี้แจงถึงเหตุผลที่ชอบหรือประทับใจ

  2. นักเรียนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการใช้ภาษาในการโฆษณาสินค้าที่นักเรียนยกตัวอย่าง มาสั้นๆ

ขั้นสอน

  1. ให้นักเรียนศึกษาความรู้จากหนังสือเรียนภาษาไทย ในเรื่องการเขียนโฆษณา ครูกำหนดเวลา 10 นาที แล้วให้นักเรียนร่วมกันสรุป พร้อมทั้งครูอธิบายเพิ่มเติม

  2. นักเรียนช่วยกันเขียนคำโฆษณาสินค้าบนกระดานดำ 1 รายการ ครูและนักเรียนช่วยกันตรวจสอบความถูกต้องด้านการใช้ภาษาในการเขียนโฆษณา

  3. นักเรียนจับคู่กัน แล้วร่วมกันเขียนโฆษณาสินค้าคู่ละ 1 รายการ โฆษณา เมื่อตรวจทานงานเขียนโฆษณาเรียบร้อยแล้วนำผลงานส่งครูตรวจ

ขั้นสรุป

  1. ครูตรวจผลงานของนักเรียน แล้วคัดเลือกผลงานที่ดีให้นักเรียนจัดป้ายนิเทศ

  2. ครูชมเชยนักเรียนที่เขียนโฆษณาได้ดี และชี้แจงข้อบกพร่องให้นักเรียนนำไปแก้ไข พร้อมทั้งอธิบายการเลือกใช้คำในการเขียนโฆษณา

ชั่วโมงที่ 24  เรื่อง  สารคดี บันเทิงคดี

สอนวันที่.......................... เดือน.............................พ.ศ.............................

ขั้นนำ

ครูเล่าเรื่องเกี่ยวกับการเขียนกับชีวิตประจำวันให้ผู้เรียนฟัง

ขั้นสอน

  1. ครูบรรยายความเป็นมาเกี่ยวกับความรู้ทั่วไปของการเขียน  ประโยชน์และความเป็นมาเกี่ยวกับการเขียนเพื่อศึกษาพื้นฐานของผู้เรียน

  2. สอบถามความรู้และทดสอบความรู้เรื่องการเขียน

-  เปิดโอกาสให้ผู้เรียนที่มีความรู้เรื่องการเขียนให้เพื่อนในชั้นเรียนฟัง

-  ครูคอยเสริมให้ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการเขียนพร้อมทั้งแสดงตัวอย่างให้ผู้เรียนชม

3.ให้ผู้เรียนแยกออกเป็นกลุ่มตามที่ได้แบ่งไว้ตั้งแต่ต้น  เพื่อช่วยกันปฏิบัติงานตามที่ได้รับมอบหมายร่วมกัน -  หลักการเขียน

-  การเขียนโฆษณา -    การเขียนรายงาน

-  การเขียนประกาศ -    การเขียนคำขอบคุณ

ขั้นสรุป

4.รวมกลุ่มสรุปความรู้ที่ได้รับจากการทำกิจกรรมร่วมกัน  พร้อมทั้งเตรียมความพร้อมในการนำความรู้ที่ได้รับมาเสนอต่อกลุ่มใหญ่

5.ให้ผู้เรียนแต่ละกลุ่มที่ได้กิจกรรมร่วมกันออกมานำเสนอ  สรุปความรู้ที่ได้รับจากการทำกิจกรรมร่วมกันโดยให้ผู้เรียนสมัครใจออกมานำเสนอทีละกลุ่ม

6.ครูสรุปความรู้องค์รวมให้กับผู้เรียน  หลังจากที่ตัวแทนกลุ่มนำเสนอ สรุปความรู้ที่ได้รับแล้ว

แสดงความคิดเห็น

กรุณาป้อน Username / Password ที่ท่านได้ลงทะเบียนไว้กับเว็บไซท์แห่งนี้ หรือ สมัครเป็นสมาชิกของเว็บไซท์
Bold Italic Underline Left Center Right Ordered List Bulleted List Horizontal Rule Page break Hyperlink Text Color :) Quote
คำแนะนำ เว็บไซท์นี้สามารถเขียนข้อความในรูปแบบ มาร์คดาวน์ - Markdown Syntax:
  • วิธีการขึ้นบรรทัดใหม่โดยไม่เว้นช่องว่างระหว่างบรรทัด ให้เคาะเว้นวรรค (Space bar) ที่ท้ายบรรทัดจำนวนหนึ่งครั้ง
  • วิธีการขึ้นย่อหน้าใหม่ซึ่งจะมีการเว้นช่องว่างห่างจากบรรทัดด้านบนเล็กน้อย ให้เคาะ Enter จำนวน 2 ครั้ง

ที่นี่เทศบาลตำบลปริก

สมัครสมาชิก · ลืมรหัสผ่าน