ครูสุภาณี ครูสุภาณี

ขอส่งแผนการจัดการเรียนรู้กล่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ประจำปีการศึกษา 2553

แม่พิมพ์

by ครูสุภาณี @January,23 2011 15.34 ( IP : 113...136 )

เรียน  ผู้อำนวยการสถานศึกษา  โรงเรียนเทศบาลตำบลปริก

        ด้วยดิฉันนางสาวสุภาณี  วโรทัยพัฒนพงษ์  ตำแหน่ง ครูผู้ช่วย  สอนวิชาภาษาไทย  ชั้นประถมศึกษาปีที่  2  ขอส่งแผนการ

จัดการเรียนรู้กลุ่มสาระภาษาไทย  วิชาภาษาไทย  เรื่อง  จำให้หมด  กก  กง  กม  กน  น่าศึกษา  จำนวน  ๒๐  ชั่วโมง  ประจำปีการ

ศึกษา  2553  ตามรายละเอียดท้ายนี้

        จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ

                                                                                                นางสาวสุภาณี  วโรทัยพัฒนพงษ์

                                                                                                              ครูผู้ช่วย


                                        ...................................................................................


                                                                แผนการจัดการเรียนรู้

กลุ่มสาระการเรียนรู้  ภาษาไทย รหัสวิชา  ท ๑๒๑๐๑     ชั้น  ประถมศึกษาปีที่  ๒

หน่วยการเรียนรู้ที่  ๓  เรื่อง  จำให้หมด  กก  กง  กม  กน น่าศึกษา  ภาคเรียนที่  ๑  เวลา  ๒๐ ชั่วโมง คะแนน ๑๐ คะแนน

ผู้สอน  นางสาวสุภาณี  วโรทัยพัฒนพงษ์ โรงเรียนเทศบาลตำบลปริก                (ชม.ที่ ๑-๔)


มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ท 1.1  ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อนำไปใช้ตัดสินใจ  แก้ปัญหาในการดำเนินชีวิต และมีนิสัยรักการ

อ่าน

ตัวชี้วัด

ท 1.1 ป 2/1  อ่านออกเสียงคำคล้องจอง ข้อความ  และบทร้อยกรองง่ายๆ ได้

ท 1.1 ป 2/2  อธิบายความหมายของคำ และข้อความที่อ่าน

มาตรฐาน ท 3.1  สามารถเลือกฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ  และพูดแสดงความรู้  ความคิด และความรู้สึกในโอกาสต่างๆ อย่างมี

วิจารณญาณ และสร้างสรรค์

ตัวชี้วัด

ท 3.1 ป 2/1  ฟังคำแนะนำ  คำสั่งที่ซับซ้อน  และปฏิบัติตาม

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ท 4.1  เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย  การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลังของภาษา ภูมิปัญญาทาง

ภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ

ตัวชี้วัด

ท 4.1 ป 2/2  เขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำ

สาระสำคัญ

                      คำที่มีพยัญชนะ  สระ  การประสมคำกับสระ เป็นการนำพยัญชนะ  สระ  มาประสมรวมกันเกิดเป็นคำขึ้นมาใหม่

หรือการนำคำหลายๆคำมารวมกันเกิดเป็นคำใหม่เช่นกัน  ทำให้มีคำใหม่ขึ้นมาใช้เพิ่มขึ้น


สาระการเรียนรู้

ความรู้ (K)

๑.นักเรียนเข้าใจการนำพยัญชนะและสระมาประสมกันเป็นคำ

๒.นักเรียนสามารถประสมพยัญชนะกับสระเป็นคำได้

ทักษะ/กระบวนการ (P)

๑.  นักเรียนเขียนคำที่ประสมด้วยสระต่างๆ ได้

คุณลักษณะ (A)

๑.ความตั้งใจและสนใจในการเรียน

๒.รับผิดชอบงานที่ได้รับมอบหมาย

๓.รักความเป็นไทย

๔. มีความซื่อสัตย์

การประเมินผลรวบรวม

ชิ้นงาน/ภาระงาน

๑.แบบฝึกหัดการประสมคำ -  ตรวจแบบฝึกหัด

๒. แบบสังเกตพฤติกรรมการตอบคำถาม -  แบบสังเกตพฤติกรรม

๓. แบบทดสอบ -    ตรวจแบบทดสอบ

การประเมิน

รวบรวมผลงาน(หลักภาษา)

ประเด็นการประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน

๔  (ดีมาก) ๓ (ดี)  ๒(พอใช้)    ๑ (ปรับปรุง)

๑.  ด้านเนื้อหา  -รายละเอียดของเนื้อหาชัดเจนครบถ้วนเนื้อหาสาระครอบคลุม (๔)

      -รายละเอียดของเนื้อหาชัดเจนเป็นส่วนใหญ่   เนื้อหาสาระครอบคลุม  (๓)

                      - รายละเอียดของเนื้อหาชัดเจนเป็นบางส่วน เนื้อหาสาระครอบคลุม(๒)  
                      - รายละเอียดของเนื้อหาไม่ชัดเจนเป็นส่วนใหญ่  เนื้อหาสาระไม่ครอบคลุม (๑)

๒.  ด้านรูปแบบ  - ผลงานมีความสวยงามแปลกใหม่  มีจุดเด่น  น่าสนใจ (๔)

                      - ผลงานมีความสวยงามมีจุดเด่น  น่าสนใจ  แต่ยังไม่แปลกใหม่ (๓)

      - ผลงานมีความสวยงามน่าสนใจแต่ยังไม่มีจุดเด่น  ที่ชัดเจน (๒)

      - ผลงานยังไม่สวยงามและไม่น่าสนใจ  (๑)

เกณฑ์การตัดสิน

คะแนน  ๖  -  ๘      เท่ากับ    ดี

คะแนน  ๓ -  ๕        เท่ากับ  พอใช้

คะแนน  ๐  - ๒        เท่ากับ  ปรับปรุง


กิจกรรมการเรียนรู้

ชั่วโมงที่  ๑

ขั้นนำ

๑.ให้นักเรียนท่องพยัญชนะ  ๔๔  ตัว และสระ  ๓๒ รูป  พร้อมๆ  กัน

๒.ครูซักถามนักเรียนเกี่ยวกับสระต่างๆ  บนแผนภูมิสระที่นำมาให้นักเรียนอ่าน

ขั้นสอน

๓.ให้นักเรียนอ่านบัตรคำทั้งที่เป็นคำใหม่ในบทเรียนหรือคำในมาตราต่างๆ  ที่ได้เรียนมา

๔.ฝึกให้นักเรียนนำคำที่กำหนดมาแจกลูกคำออกเป็นพยัญชนะ  สระ  วรรณยุกต์หรือตัวสะกดออกทีละคำ

๕.ให้นักเรียนลองฝึกการอ่านสะกดคำจากคำที่กำหนดออกมา  พร้อมๆ  กัน  ครูสังเกตพฤติกรรมนักเรียนในการอ่านออกเสียงการ

ประสมคำ

๖.ครูตั้งคำถามซักถามนักเรียนเป็นรายบุคคลจากคำศัพท์  โดยให้นักเรียนยืนขึ้นตอบทีละคน

๗.เมื่อนักเรียนและครูร่วมกันแจกลูกคำแล้วฝึกให้นักเรียนร่วมกันอ่านประสมคำ

๘.ทำกิจกรรมซ้ำจนนักเรียนเข้าใจและรู้จักสระมากขึ้น

ขั้นสรุป

๙.  นักเรียนอ่านสระทีละตัวเพื่อสรุปก่อนสามารถประสมคำมากกว่านี้

๑๐.  ให้นักเรียนเขียนคำที่กำหนดลงในสมุด  ๑๐  คำ  แล้วกลับไปฝึกอ่านคำ


ชั่วโมงที่  ๒

ขั้นนำ

๑.ให้นักเรียนอ่านสระ  ๓๒  รูปและทบทวนการอ่านออกเสียงสระ  และพยัญชนะ  ๔๔  ตัว

ขั้นสอน

๒.ให้นักเรียนนำคำที่ได้กลับไปทบทวนมาเมื่อชั่วโมงที่ผ่านมาพร้อมๆ  กัน

๓.จากนั้นให้นักเรียนเปิดแบบเรียนหน่วยที่  ๓  ในหนังสือภาษาพาที  ชั้น  ป.๒  เพื่ออ่านเนื้อหาและร่วมกันเลือกคำศัพท์ที่นักเรียนยัง

ไม่รู้จัก  หรืออ่านไม่คล่อง  มาร่วมกันพิจารณา

๔.เมื่อนักเรียนคัดเลือกคำที่อยู่ในแบบเรียนแล้วครูเขียนคำที่นักเรียนเลือกบนกระดาน

๕.จากนั้นขอตัวแทนที่สามารถอ่านคำดังกล่าวให้สมาชิกในห้องได้ฟัง  และฝึกการอ่าน  และออกเสียงชัดเจน  พร้อมๆ  กัน

๖.ให้นักเรียนทุกคนร่วมกันแยกสระ  พยัญชนะ  วรรณยุกต์  และตัวสะกดออกจากกัน  แล้วนำมาประสมรวมกันใหม่เป็นคำ  เพื่อฝึก

ให้นักเรียนได้รู้จักกับที่ไปที่มาของคำแต่ละคำ

ขั้นสรุป

๗.  นักเรียนร่วมกันสรุปเนื้อหาที่ได้ทำไปว่าเป็นอย่างไรบ้าง  และชี้แนะเพิ่มเติมเกี่ยวกับคำ


ชั่วโมงที่  ๓

ขั้นนำ

๑.ครูให้ตัวแทนนักเรียนออกมารับเกม  แล้วไปแจกให้กับสมาชิกในห้อง  จากนั้นกำหนดการให้เล่นเกมเขียนคำ  ที่กำหนดภายใน

๑๐  นาที

๒.เมื่อเสร็จแล้วนักเรียนและครูร่วมกันเฉลยคำตอบ

ขั้นสอน

๓.ครูตั้งคำถามซักถามนักเรียนเกี่ยวกับคำที่นักเรียนได้เรียนรู้มาตั้งแต่ต้นใครได้คำศัพท์เพิ่มขึ้นหรือใครได้เข้าใจเกี่ยวกับการประสม

คำต่างๆ  ได้เพิ่มขึ้นบ้าง

๔.เมื่อนักเรียนได้ตอบคำถามครูเรียบร้อยแล้ว  ให้นักเรียนร่วมกันสรุปคำที่ได้เรียนมาทั้งหมดที่ได้เรียนมาตั้งแต่ชั่วโมงที่  ๑  ว่ามีคำ

อะไรบ้าง  ครูคอยเขียนคำศัพท์บนกระดาน

๕.นักเรียนและครูตกลงการบอกเสียงสระ  และเสียงพยัญชนะ  จากคำศัพท์ที่นักเรียนได้แจ้งมาบนกระดานเป็นรายบุคคล

๖.เมื่อนักเรียนและครูได้ร่วมกันทำกิจกรรม  ต่อไปครูมีกิจกรรมให้นักเรียนได้ทำต่อไปคือให้นักเรียนหาคำและเขียนคำจากกิจกรรม

ที่กำหนดให้จำนวน  ๖  ข้อ  โดยใช้เวลา  ๕  นาที

๗.เมื่อเสร็จแล้วร่วมกันเฉลยคำตอบ

ขั้นสรุป

๘.  นักเรียนร่วมกันสรุปกิจกรรมที่ได้ทำมา  จากนั้นให้คัดคำศัพท์ที่ได้ลงในสมุดประจำวิชา


ชั่วโมงที่  ๔

ขั้นนำ

๑.ให้นักเรียนทบทวนคำที่ได้เรียนมาทั้งหมดตั้งแต่ชั่วโมงที่  ๑  ถึง  ๓  เพื่อเตรียมตัวทดสอบการเขียนตามคำบอก  จำนวน  ๑๕  คำ

ขั้นสอน

๒.เมื่อนักเรียนได้ทำการทบทวนเนื้อหาเรียบร้อยแล้ว  ครูตกลงกับนักเรียนให้เข้าใจก่อน  คือ  ให้จัดสถานที่สอบ  และขณะที่ทำแบบ

ทดสอบให้นักเรียนได้ตั้งใจฟัง  ตั้งใจทำแบบทดสอบอย่างเต็มที่

๓.ครูแจ้งกติกาในการทำแบบทดสอบและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ให้นักเรียนได้รู้ว่า
              -นักเรียนจะต้องมีความซื่อสัตย์ในการทำแบบทดสอบ
              -นักเรียนตั้งใจทำให้ดีที่สุด

              -ไม่ส่งเสียงดัง  มีมารยาทในการทำแบบทดสอบ
              -เมื่อเสร็จแล้วให้ทบทวนและตรวจสอบก่อนส่งแบบทดสอบ

๔.ให้สัญญาณนักเรียนในการทำแบบทดสอบตามเวลาที่กำหนดและครูจะแจ้งเวลาให้ทราบ

๕.เมื่อเสร็จแล้วครูและนักเรียนร่วมกันเฉลยแบบทดสอบที่ทำไปว่าถูกต้องหรือไม่และคาดคะเนคะแนนของตนเองได้

ขั้นสรุป

๖.  ให้นักเรียนร่วมกันอ่านคำศัพท์ที่ได้ทำการทสอบไปบนกระดานที่ครูเขียนไว้

๗.  นักเรียนกลับไปเตรียมเนื้อหาใหม่ในชั่วโมงถัดไป

สื่อการเรียนรู้

๑.แผนภูมิสระ

๒.บัตรคำ

๓.กระเป๋าผนัง

๔.ใบงาน/เกม

๕.แบบทดสอบ


                                          ...........................................................................................

                                                                        แผนการจัดการเรียนรู้

กลุ่มสาระการเรียนรู้  ภาษาไทย รหัสวิชา  ท ๑๒๑๐๑     ชั้น  ประถมศึกษาปีที่  ๒

หน่วยการเรียนรู้ที่  ๓  เรื่อง  จำให้หมด  กก  กง  กม  กน น่าศึกษา  ภาคเรียนที่  ๑  เวลา  ๒๐ ชั่วโมง คะแนน ๑๐ คะแนน

ผู้สอน  นางสาวสุภาณี  วโรทัยพัฒนพงษ์ โรงเรียนเทศบาลตำบลปริก                (ชม.ที่ ๕-๘)

มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ท 1.1  ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อนำไปใช้ตัดสินใจ  แก้ปัญหาในการดำเนินชีวิต และมีนิสัยรักการ

อ่าน

ตัวชี้วัด

ท 1.1 ป 2/1  อ่านออกเสียงคำคล้องจอง ข้อความ  และบทร้อยกรองง่ายๆ ได้

ท 1.1 ป 2/2  อธิบายความหมายของคำ และข้อความที่อ่าน

มาตรฐาน ท 3.1  สามารถเลือกฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ  และพูดแสดงความรู้  ความคิด และความรู้สึกในโอกาสต่างๆ อย่างมี

วิจารณญาณ และสร้างสรรค์

ตัวชี้วัด

ท 3.1 ป 2/1  ฟังคำแนะนำ  คำสั่งที่ซับซ้อน  และปฏิบัติตาม

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ท 4.1  เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย  การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลังของภาษา ภูมิปัญญาทาง

ภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ

ตัวชี้วัด

ท 4.1 ป 2/2  เขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำ

สาระสำคัญ

มาตราตัวสะกด  เป็นพยัญชนะที่ใช้บังคับเสียงท้ายคำ หรือ พยัญชนะที่ประกอบอยู่ท้ายสระ และมีเสียงประสมเข้ากับสระ มาตราตัว

สะกดมีอยู่ 8 แม่ ได้แก่ แม่กง แม่กน แม่กม แม่กก แม่กด แม่กบ แม่เกย และแม่เกอว

สาระการเรียนรู้

ความรู้ (K)

๑.นักเรียนรู้และเข้าใจมาตราตัวสะกด  (กก  กง  กม  กน)

๒.นักเรียนสามารถบอกคำมาตราตัวสะกดได้ถูกต้อง  (กก  กง  กม  กน)

ทักษะ/กระบวนการ (P)

๑.นักเรียนอ่านและเขียนคำมาตราตัวสะกด  (กก  กง  กม  กน)

คุณลักษณะ (A)

๑.ความตั้งใจและสนใจ

๒. รักความเป็นไทย

๓.มีความซื่อสัตย์

๔.ปฏิบัติตามคำสั่งได้ถูกต้อง

การประเมินผลรวบรวม

ชิ้นงาน/ภาระงาน

๑.แบบฝึกหัดมาตราตัวสะกด -  ตรวจแบบฝึกหัด

๒. แบบสังเกตพฤติกรรมการตอบคำถาม -  แบบสังเกตพฤติกรรม

๓.  แบบทดสอบมาตราตัวสะกด -    ตรวจแบบทดสอบ

๔.  ใบงานมาตราตัวสะกด -    ตรวจใบงาน


การประเมิน

รวบรวมผลงาน(หลักภาษา)

ประเด็นการประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน

๔(ดีมาก)    ๓ (ดี)  ๒(ปานกลาง)     ๑  (ปรับปรุง)

๑.  ด้านเนื้อหา    -รายละเอียดของเนื้อหาชัดเจนครบถ้วนเนื้อหาสาระครอบคลุม (๔)

                        -รายละเอียดของเนื้อหาชัดเจนเป็นส่วนใหญ่  เนื้อหาสาระครอบคลุม (๓)

        -รายละเอียดของเนื้อหาชัดเจนเป็นบางส่วน เนื้อหาสาระครอบคลุม (๒)

                        -รายละเอียดของเนื้อหาไม่ชัดเจนเป็นส่วนใหญ่  เนื้อหาสาระไม่ครอบคลุม (๑)

๒.  ด้านรูปแบบ    -ผลงานมีความสวยงามแปลกใหม่  มีจุดเด่น  น่าสนใจ(๔)

        -ผลงานมีความสวยงามมีจุดเด่น  น่าสนใจ  แต่ยังไม่แปลกใหม่(๓)

        -ผลงานมีความสวยงามน่าสนใจแต่ยังไม่มีจุดเด่น  ที่ชัดเจน (๒)

        -ผลงานยังไม่สวยงามและไม่น่าสนใจ (๑)

เกณฑ์การตัดสิน

คะแนน  ๖  -  ๘      เท่ากับ    ดี

คะแนน  ๓ -  ๕        เท่ากับ  พอใช้

คะแนน  ๐  - ๒        เท่ากับ  ปรับปรุง

การทำงานกลุ่ม

ประเด็นการประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน

๓  (ดี)       ๒ (ปานกลาง) ๑ (ปรับปรุง)

๑.  ความรับผิดชอบต่อหน้าที่  - ทุกคนทำหน้าที่ และรับผิดชอบต่อหน้าที่ของตนเอง (๓)

&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; - มีผู้มีหน้าที่แต่ไม่รับผิดชอบ&nbsp; ๑&nbsp; คน (๒)<br />

&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; - มีผู้มีหน้าที่แต่ไม่รับผิดชอบ&nbsp; ๒&nbsp; คนขึ้นไป (๑)

๒.  ขั้นตอนการทำงาน ๑.คัดเลือกตามความสนใจของกลุ่ม
                                ๒.มีการวางแผนงาน

                                ๓.เตรียมวัสดุอุปกรณ์

๔.ปฏิบัติงานตามแผนและพัฒนางาน   -  ปฏิบัติตามแผนและพัฒนางาน  (๓)

                                                  -ขาดขั้นตอน ๑ ขั้นตอนหรือไม่ชัดเจน (๒)

                                                  -ขาดขั้นตอน๒ ขั้นตอนขึ้นไปหรือไม่ชัดเจน (๑)

๓.  ความร่วมมือในการทำงาน   - ทุกคนมีส่วนร่วมและให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่  (๓)

&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; -ร้อยละ&nbsp; ๘๐&nbsp; ของกลุ่มมีส่วนร่วมและให้ความร่วมมือ (๒)
<br />

                                                  -ร้อยละ  ๖๐  ของกลุ่มมีส่วนร่วมและให้ความร่วมมือ (๑)

๔.  การร่วมงานกลุ่มอย่างมีความสุข   - ทุกคนร่วมกิจกรรมกลุ่มอย่างมีความสุข (๓)

&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; - ร้อยละ&nbsp; ๘๐&nbsp; ของกลุ่มร่วมกิจกรรมกลุ่มอย่างมีความสุข (๒)

&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; - ร้อยละ&nbsp; ๖๐&nbsp; ของกลุ่มร่วมกิจกรรมกลุ่มอย่างมีความสุข (๑)

๕.  เวลา                                   - เสร็จตามกำหนดและงานมีคุณภาพ (๓)

                                                  - เสร็จไม่ทันตามกำหนดแต่งานมีคุณภาพ (๒)

                                                  - เสร็จไม่ทันตามกำหนดและงานไม่มีคุณภาพ (๑)

เกณฑ์การตัดสิน

คะแนน  ๑๑ - ๑๕    เท่ากับ    ดี

คะแนน    ๖ - ๑๐      เท่ากับ  พอใช้

คะแนน    ๑ -  ๕      เท่ากับ  ปรับปรุง

กิจกรรมการเรียนรู้

ชั่วโมงที่  ๑

ขั้นนำ

๑.ให้นักเรียนอ่านบทสักวาพร้อมๆ กัน

ขั้นสอน

๒.ครูแจกเอกสารมาตราตัวสะกด  ให้นักเรียนคนละชุด

๓.เมื่อนักเรียนได้เอกสารมาตราตัวสะกดแล้ว  ให้ทุกอ่านคำกลอนพร้อมๆ  กัน  ตั้งแต่  มาตราแรก  จนถึงมาตราสุดท้าย

๔.เมื่อนักเรียนอ่านจบแล้ว ครูนำนักเรียนเข้าสู่บทเรียนโดยการซักถามเรื่องที่จะเรียนวันนี้ว่าเรียนเรื่องอะไร โดยมีเอกสารเป็นสื่อนำ

๕.เมื่อนักเรียนตอบแล้ว  ให้นักเรียนพิจารณามาตราแรกที่จะเรียนในหน่วยนี้คือ  มาตรา กก มาตรา กง  มาตรา กม และมาตรา  กน

๖.ครูตั้งคำถามซักถามนักเรียนเกี่ยวกับมาตราต่างๆ  ที่เคยเรียนมาว่าเป็นอย่างไรบ้าง  โดยเริ่มจาก  มาตรา  กก  และมาตรา  กง

๗.ให้เวลานักเรียนดูเอกสาร  และบอกคำที่อยู่ในมาตรา  กก  และ  กง  มาให้หมดจากบทกลอนที่ได้อ่านไป

ขั้นสรุป

๘.  นักเรียนและครูร่วมกันเฉลยว่าคำที่นักเรียนบอกมาถูกต้องหรือไม่อย่างไร

๙.  ให้นักเรียนทำใบงานการหาคำที่อยู่ในมาตรา  กก  และกง  มา  ๒๐  คำเป็นการบ้าน 


ชั่วโมงที่  ๒

ขั้นนำ

๑.ให้นักเรียนอ่านสระ  ๓๒  รูปและทบทวนการอ่านออกเสียงสระ  และพยัญชนะ  ๔๔  ตัว

ขั้นสอน

๒.นักเรียนนำใบงานหาคำที่อยู่มาตรา กก  กง  ขึ้นมา  บอกคำทีละคน  ว่ามีคำใด

๓.เมื่อนักเรียนบอกคำที่นักเรียนบอกครูทำหน้าที่เขียนบันทึกบนกระดานให้นักเรียนดูและอ่าน

๔.เมื่อนักเรียนบอกเสร็จแล้ว  ครูและนักเรียนร่วมกันพิจารณาคำที่ได้บอกมาว่าเป็นอย่างไรบ้าง โดยใช้เหตุผลประกอบการอธิบายให้

เข้าใจ

๕.ให้นักเรียนหยิบสมุดขึ้นมาเพื่อบันทึกสรุปย่อคำที่อยู่ในมาตรา  กก  กง

ขั้นสรุป

๖.  นักเรียนร่วมกันสรุปเนื้อหาอีกครั้งโดยการอ่านคำบนกระดานอีกครั้ง


ชั่วโมงที่  ๓

ขั้นนำ

๑.  ให้นักเรียนทบทวนเนื้อหาที่ได้เรียนไปเมื่อชั่วโมงที่ผ่านมาเกี่ยวกับมาตรา  กก  และมาตรากง       โดยให้ยกตัวอย่างคำใหม่ที่

ไม่มีในเอกสารหรือสมุดที่ได้บันทึกไป

ขั้นสอน

๒.ครูตั้งคำถามเกริ่นนำนักเรียนเชื่อมโยงเนื้อหามาตราตัวสะกดใหม่  มาตรากม  และมาตรา กน

๓.ให้นักเรียนอ่านบทกลอนจากเอกสารที่ครูแจกให้  ว่าเป็นอย่างไรบ้าง  เมื่อนักเรียนอ่านบทกลอนเรียบร้อยแล้ว  ให้นักเรียนบอกคำ

ที่อยู่ในมาตรา  กม  และมาตรากน  ว่ามีคำว่าอะไรบ้าง  ครูคอยบันทึกคำที่นักเรียนบอกบนกระดาน

๔.เมื่อบันทึกคำเสร็จแล้ว  ให้นักเรียนร่วมกันพิจารณาคำ  ว่าถูกต้องหรือไม่  และอ่านพร้อมๆ  กันอีกครั้ง  ครูเพิ่มเติมเนื้อหาให้นัก

เรียนได้เข้ามากยิ่งขึ้นเกี่ยวกับมาตรา  กม  และมาตรา กน ว่าเป็นอย่างไรบ้าง  และมีตัวสะกดใดที่สะกดนอกเหนือจากมาตรานั้นๆ

๕.ให้เวลานักเรียนในการคิดคำที่อยู่ในมาตรากม  จากนั้น ให้นักเรียนยืนขึ้นทีละคนเพื่อบอกคำที่อยู่ในมาตราดังกล่าว  จากนั้นร่วม

กันพิจารณาคำว่าถูกต้องหรือไม่อย่างไร

๖.ทำกิจกรรมซ้ำจากที่กำหนดคือเปลี่ยนเป็นมาตรา กน  แทน

ขั้นสรุป

๗.นักเรียนและครูร่วมกันสรุปเนื้อหาที่ได้เรียนไปเกี่ยวกับมาตรากม และมาตรากน

๘.ให้นักเรียนทำการบ้านเพิ่มเติมจากใบงานที่ครูกำหนดให้คือ  ให้เขียนคำที่อยู่ในมาตรากม  และมาตรากนมา  ๒๐  คำลงในใบงาน

ที่กำหนดแล้วนำส่งชั่วโมงถัดไป


ชั่วโมงที่  ๔

ขั้นนำ

๑.ให้นักเรียนนำใบงานที่ได้ทำเป็นการบ้านเมื่อชั่วโมงที่ผ่านมาขึ้นมาเพื่อบอกคำที่อยู่ในมาตรากม  และมาตรากนเป็นรายบุคคล

๒.นักเรียนและครูร่วมกันพิจารณาคำที่นักเรียนร่วมกันบอกว่าถูกต้องหรือไม่อย่างไร

ขั้นสอน

๓.ครูตั้งคำถามซักถามนักเรียนเกี่ยวกับเนื้อหาที่เรียนมาทั้ง  ๓  ชั่วโมงที่ผ่านมามีนักเรียนคนใดยังไม่เข้าใจในเนื้อหาบ้าง

๔.ให้นักเรียนร่วมกันสรุปเนื้อหาย่อมาตรากก  และมาตรา  กง  อีกครั้ง

๕.จากนั้นให้นักเรียนร่วมกันสรุปเนื้อหามาตรากมก่อนอีกครั้ง  เพื่อความเข้าใจมากยิ่งขึ้น  แล้วต่อด้วยมาตราแม่กน  ว่าเป็นอย่างไร

ครูเพิ่มเติมเนื้อหามาตรากน  ที่มีตัวสะกด  มากกว่า  ๑  ตัวนอกเหนือจาก  น  แล้วมีตัวอะไรบ้าง  ให้นักเรียนได้เข้าใจ  แล้วทดสอบ

ให้นักเรียนช่วยกันบอกคำที่อยู่ในมาตรากน  แต่เป็นตัวสะกดตัวอื่นแทน

๖.นักเรียนและครูร่วมกันพิจารณาคำร่วมกันว่าคำที่นักเรียนยกตัวอย่างมาถูกต้องหรือไม่อย่างไร

๗.ทดสอบนักเรียนเป็นรายบุคคลโดยการให้ทำแบบทดสอบการเขียนคำที่อยู่ในมาตรา  กก มาตรากง  มาตรากม  และมาตรากน มา

อย่างละ  ๕  คำ  จากแบบทดสอบที่กำหนดให้

ขั้นสรุป

๘.เมื่อนักเรียนทำแบบทดสอบเสร็จแล้วให้ช่วยกันจัดเก็บสถานที่และอุปกรณ์ให้เรียบร้อย

๙.ให้นักเรียนเตรียมเนื้อหาใหม่ต่อไป


สื่อการเรียนรู้

๑.แผนภูมิสระ

๒.ใบความรู้เรื่องมาตราตัวสะกด

๓.กระเป๋าผนัง

๔.ใบงาน

๕.บัตรคำต่างๆ


                                        .............................................................................................

                                                                      แผนการจัดการเรียนรู้

กลุ่มสาระการเรียนรู้  ภาษาไทย รหัสวิชา  ท ๑๒๑๐๑     ชั้น  ประถมศึกษาปีที่  ๒

หน่วยการเรียนรู้ที่  ๓  เรื่อง  จำให้หมด  กก  กง  กม  กน น่าศึกษา  ภาคเรียนที่  ๑  เวลา  ๒๐ ชั่วโมง คะแนน ๑๐ คะแนน

ผู้สอน  นางสาวสุภาณี  วโรทัยพัฒนพงษ์ โรงเรียนเทศบาลตำบลปริก                (ชม.ที่ ๙-๑๐)


มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ท 1.1  ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อนำไปใช้ตัดสินใจ  แก้ปัญหาในการดำเนินชีวิต และมีนิสัยรักการ

อ่าน

ตัวชี้วัด

ท 1.1 ป 2/1  อ่านออกเสียงคำคล้องจอง ข้อความ  และบทร้อยกรองง่ายๆ ได้

ท 1.1 ป 2/2  อธิบายความหมายของคำ และข้อความที่อ่าน

มาตรฐาน ท 3.1  สามารถเลือกฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ  และพูดแสดงความรู้  ความคิด และความรู้สึกในโอกาสต่างๆ อย่างมี

วิจารณญาณ และสร้างสรรค์

ตัวชี้วัด

ท 3.1 ป 2/1  ฟังคำแนะนำ  คำสั่งที่ซับซ้อน  และปฏิบัติตาม

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ท 4.1  เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย  การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลังของภาษา ภูมิปัญญาทาง

ภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ

ตัวชี้วัด

ท 4.1 ป 2/2  เขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำ

สาระสำคัญ

                    การฟัง หมายถึงการรับสาร หรือเสียงที่ได้ยินทางหู การฟังอย่างมีจุดมุ่งหมาย มีมารยาทและรู้จักพินิจพิเคราะห์เนื้อหา

ของสาร ที่รับว่ามีข้อเท็จจริง อย่างไร รู้จักจับใจความสำคัญ ใจความย่อย สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ผู้รับสาร ได้ประโยชน์จากการฟังอย่าง

เต็มที่

                    การปฏิบัติตามคำแนะนำ  คือการปฏิบัติตามคำพูดหรือข้อวินิจฉัยแล้วว่าสิ่งที่ปฏิบัติควรไปแนวทางที่วางแผนไว้  เพื่อ

ไม่ให้เกิดปัญหาหรืออุปสรรคในการทำงานหรือการดำรงชีวิต

สาระการเรียนรู้

ความรู้ (K)

๑.  นักเรียนรู้และเข้าใจความหมายของการฟัง และการปฏิบัติตามคำแนะนำ

๒.นักเรียนสามารถบอกวิธีการฟังที่ดี  และการปฏิบัติตามคำแนะนำที่ถูกต้องได้

ทักษะ/กระบวนการ (P)

๑. นักเรียนสามารถปฏิบัติตนในการฟัง และปฏิบัติตามคำแนะนำได้ถูกต้อง

คุณลักษณะ (A)

๑.  มีความตั้งใจ

๒.  มีน้ำใจต่อเพื่อน

๓.  มีความซื่อสัตย์

๔. ปฏิบัติตามคำสั่งได้ถูกต้อง

การประเมินผลรวบรวม

ชิ้นงาน/ภาระงาน

๑.  แบบสังเกตพฤติกรรมการตอบคำถาม -  แบบสังเกตพฤติกรรม

๒.  แบบทดสอบการฟังและปฏิบัติตามคำแนะนำ                 -  แบบทดสอบ

การประเมิน

การพูด

ประเด็นการประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน

๒ (ดี)  ๑(พอใช้)    ๐ (ปรับปรุง)

๑.  พูดแสดงความรู้สึก -พูดแสดงความรู้สึกที่ตนเองมีได้ชัดเจน มั่นใจ (๒)

&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; -พูดแสดงความรู้สึกได้ชัดเจน แต่ขาดความมั่นใจ    (๑)

                                -ไม่ได้พูดแสดงความรู้สึก    และขาดความมั่นใจ (๐)

๒. การลำดับเรื่องราว -ลำดับเรื่องราวได้ถูกต้องชัดเจน และเชื่อมโยงเนื้อหาได้ถูกต้อง(๒)

&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;  - ลำดับเรื่องราวได้ถูกต้องชัดเจนและเชื่อมโยงเนื้อหาได้บางส่วน(๑)

&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;  - ลำดับเรื่องราววกวนขาดความต่อเนื่องในเนื้อหา (๐)

๓.  การใช้น้ำเสียง - น้ำเสียงดัง  ชัดเจน คล่องแคล่ว  ไม่ตกหรือเติม (๒)

&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;  - น้ำเสียงดัง&nbsp; ชัดเจน แต่ไม่คล่องแคล่ว มีตกหรือเติม (๑)   

                                - น้ำเสียงเบาไม่ชัดเจน ไม่คล่องแคล่ว มีตกหรือเติม (๐)

๔.  การใช้ภาษา - การใช้ภาษาได้สละสลวย ใช้ถ้อยคำได้เหมาะสม(๒)

                                - การใช้ภาษาไม่สละสลวย  ใช้ถ้อยคำค่อนข้างเหมาะสม (๑)

&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;  - การใช้ภาษาไม่สละสลวย&nbsp; ใช้ถ้อยคำไม่เหมาะสม (๐)

เกณฑ์การตัดสิน

คะแนน  ๖ – ๘    เท่ากับ    ดี    คะแนน  ๓ – ๕  เท่ากับ      พอใช้    คะแนน  ๒ – ๐  เท่ากับ  ปรับปรุง

กิจกรรมการเรียนรู้

ชั่วโมงที่  ๑

ขั้นนำ

๑.ให้สัญญาณนักเรียนในการฟังคำสั่ง  แล้วให้นักเรียนทำท่าทางตามคำสั่งที่ครูได้สั่งไป

๒.ทำกิจกรรมซ้ำ โดยการปรับเปลี่ยนท่าทางให้นักเรียนได้ปฏิบัติ

ขั้นสอน

๓.ตั้งคำถามซักถามนักเรียนเกี่ยวกับกิจกรรมที่ร่วมกันทำไปว่ามีวัตถุประสงค์อะไรบ้าง  นักเรียนทุกคนช่วยกันตอบ  ครูพยายามรวบ

รวมคำตอบ  แล้วสรุปรวบมาเป็นหนึ่งเดียว

๔.ครูอธิบายเพิ่มเติมให้นักเรียนได้เข้าใจถึงความหมายการฟัง  และการปฏิบัติตามคำแนะนำคืออะไร

๕.ครูให้นักเรียนร่วมกันทำนั้นเป็นกิจกรรมหนึ่งที่จะช่วยให้นักเรียนได้ฝึกการฟัง  และการปฏิบัติตามคำสั่ง  ซึ่งเป็นกิจกรรมเบื้องต้นใน

การฟังของนักเรียน

๖.จากนั้นเชื่อมโยงเนื้อหาเพิ่มเติมนอกจากการฟังแล้วควรได้รับการแนะนำที่ดี  เพื่อสามารถนำคำแนะนำนั้นไปปรับปรุงพฤติกรรม

ของตนเองหรือการอยู่ร่วมกับผู้อื่นขณะทำงานหรือทำกิจกรรม  โดยยกตัวอย่างดังกิจกรรมการเรียนการสอนที่นักเรียนได้พบได้คำ

แนะนำ

๗.ครูนำนักเรียนสนทนา  คิด  และเชื่อมโยงเนื้อหาให้นักเรียนได้ทบทวนกลับไปว่าสิ่งที่ครูคอยแนะนำนั้น  ใครบ้างได้นำไปปฏิบัติ

แก้ไขปรับปรุงแล้วบ้าง

๗.  ขออาสาสมัครนักเรียนได้บอกกล่าวกับสิ่งที่นักเรียนได้คำแนะนำและควรนำไปแก้ไขใหม่

ขั้นสรุป

๘.  นักเรียนสรุปความหมายการฟัง  และการปฏิบัติตามคำแนะนำอีกครั้ง

ชั่วโมงที่  ๒

ขั้นนำ

๑.ให้สัญญาณนักเรียนในการฟังคำสั่งและปฏิบัติตามคำสั่ง  โดยทำท่าทางตามอิสระ  เมื่อสัญญาณหยุดให้นักเรียนหยุดทันที

๒.ทำกิจกรรมซ้ำอีกครั้ง

ขั้นสอน

๓.ให้นักเรียนทบทวนและบอกความหมายของการฟัง  และต่อด้วยการปฏิบัติตามคำแนะนะ

๔.ให้นักเรียนนำเสนอข้อมูลต่างๆ ที่นักเรียนได้เคยพบ เจอมาเล่าสู่การฟัง  แล้ววิเคราะห์หาข้อปฏิบัติที่ดี  เพื่อที่จะนำไปปฏิบัติได้ถูก

ต้องต่อไป

๕.ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม ๆ  ละ  ๓  คน  เพื่อร่วมกันวิเคราะห์เหตุการณ์ที่นักเรียนเคยพบมา  มาเล่าสู่ให้สมาชิกเพื่อนๆ  ได้ฟังกัน

๖.ขออาสาสมัครกลุ่ม  ออกมานำเสนอข้อมูลที่สมาชิกในกลุ่มของตนเองได้ประสบมาให้เพื่อนๆ  ได้ฟังกัน

๗.ทำกิจกรรมซ้ำโดยให้ตัวแทนกลุ่มอื่นออกมานำเสนอเรื่องราวที่พบให้สมาชิกในห้องได้ฟังกัน

ขั้นสรุป

๘.  นักเรียนและครูร่วมกันสรุปเนื้อหาโดยวิเคราะห์เรื่องการฟัง และการปฏิบัติตามคำแนะนำ โดยบอกทั้งข้อดีและข้อเสียในการ

ปฏิบัติตามคำแนะนำ

๙.  ให้นักเรียนกลับไปเตรียมศึกษาเนื้อหาใหม่ต่อไป 


สื่อการเรียนรู้

๑.  นกหวีด

๒.ใบงาน


                                            ........................................................................................


                                                                          แผนการจัดการเรียนรู้

กลุ่มสาระการเรียนรู้  ภาษาไทย รหัสวิชา  ท ๑๒๑๐๑     ชั้น  ประถมศึกษาปีที่  ๒

หน่วยการเรียนรู้ที่  ๓  เรื่อง  จำให้หมด  กก  กง  กม  กน น่าศึกษา  ภาคเรียนที่  ๑  เวลา  ๒๐ ชั่วโมง คะแนน ๑๐ คะแนน

ผู้สอน  นางสาวสุภาณี  วโรทัยพัฒนพงษ์ โรงเรียนเทศบาลตำบลปริก              (ชม.ที่ ๑๑-๑๒)

มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ท 1.1  ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อนำไปใช้ตัดสินใจ  แก้ปัญหาในการดำเนินชีวิต และมีนิสัยรักการ

อ่าน

ตัวชี้วัด


ท 1.1 ป 2/1  อ่านออกเสียงคำคล้องจอง ข้อความ  และบทร้อยกรองง่ายๆ ได้

ท 1.1 ป 2/2  อธิบายความหมายของคำ และข้อความที่อ่าน

มาตรฐาน ท 3.1  สามารถเลือกฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ  และพูดแสดงความรู้  ความคิด และความรู้สึกในโอกาสต่างๆ อย่างมี

วิจารณญาณ และสร้างสรรค์

ตัวชี้วัด

ท 3.1 ป 2/1  ฟังคำแนะนำ  คำสั่งที่ซับซ้อน  และปฏิบัติตาม

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ท 4.1  เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย  การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลังของภาษา ภูมิปัญญาทาง

ภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ

ตัวชี้วัด

ท 4.1 ป 2/2  เขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำ

สาระสำคัญ

คำสั่งที่ซับซ้อน&nbsp; เป็นคำสั่งหลายๆ&nbsp; คำสั่งที่ต้องใช้กระบวนการคิดแยกแยะว่าสิ่งใดควรปฏิบัติก่อนหรือหลัง&nbsp; อย่างไรเพื่อ

ไม่ให้เกิดความเสียหายหรือเกิดความเสียหายน้อยที่สุด

สาระการเรียนรู้

ความรู้ (K)

๑.  นักเรียนรู้และเข้าใจความหมายของคำสั่งที่ซับซ้อน

๒.  นักเรียนสามารถบอกขั้นตอนการปฏิบัติคำสั่งที่ซับซ้อนได้

ทักษะ/กระบวนการ (P)

๑.นักเรียนสามารถปฏิบัติคำสั่งที่เป็นคำสั่งซับซ้อนได้ถูกต้อง

๒.นักเรียนสามารถคิดแยกแยะคำสั่งที่ควรปฏิบัติก่อนและหลัง

คุณลักษณะ (A)

๑.  มีความสมาธิในการฟัง

๒.  มีน้ำใจต่อเพื่อน

๓.  มีความซื่อสัตย์

๔. ปฏิบัติตามคำสั่งได้ถูกต้อง

การประเมินผลรวบรวม

ชิ้นงาน/ภาระงาน

๑.  แบบสังเกตพฤติกรรมการตอบคำถาม -  แบบสังเกตพฤติกรรม

๒.  แบบสังเกตพฤติกรรมในการปฏิบัติคำสั่งที่ซับซ้อน                 -    แบบสังเกตพฤติกรรม


การประเมิน

การพูด

ประเด็นการประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน

๒ (ดี)  ๑(พอใช้)    ๐ (ปรับปรุง)

๑.  พูดแสดงความรู้สึก -พูดแสดงความรู้สึกที่ตนเองมีได้ชัดเจน มั่นใจ(๒)

&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;  -พูดแสดงความรู้สึกได้ชัดเจน แต่ขาดความมั่นใจ   ไม่ได้(๑)

                                - พูดแสดงความรู้สึก    และขาดความมั่นใจ(๐)

๒. การลำดับเรื่องราว - ลำดับเรื่องราวได้ถูกต้องชัดเจน และเชื่อมโยงเนื้อหาได้ถูกต้อง (๒)

&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;  -ลำดับเรื่องราวได้ถูกต้องชัดเจน และเชื่อมโยงเนื้อหาได้บางส่วน (๑)

                                - ลำดับเรื่องราววกวนขาดความต่อเนื่องในเนื้อหา(๐)

๓.  การใช้น้ำเสียง   - น้ำเสียงดัง  ชัดเจน คล่องแคล่ว  ไม่ตกหรือเติม (๒)

                                  -น้ำเสียงดัง  ชัดเจน แต่ไม่คล่องแคล่ว มีตกหรือเติม (๑)

                                  - น้ำเสียงเบาไม่ชัดเจน ไม่คล่องแคล่ว มีตกหรือเติม(๐)

๔.  การใช้ภาษา   - การใช้ภาษาได้สละสลวย ใช้ถ้อยคำได้เหมาะสม (๒)
                                  - การใช้ภาษาไม่สละสลวย  ใช้ถ้อยคำค่อนข้างเหมาะสม(๑)

&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; - การใช้ภาษาไม่สละสลวย&nbsp; ใช้ถ้อยคำไม่เหมาะสม(๐)

เกณฑ์การตัดสิน

คะแนน  ๖ – ๘    เท่ากับ    ดี    คะแนน  ๓ – ๕  เท่ากับ      พอใช้    คะแนน  ๒ – ๐  เท่ากับ  ปรับปรุง

กิจกรรมการเรียนรู้

ชั่วโมงที่  ๑

ขั้นนำ

๑.ให้สัญญาณนักเรียนหาพื้นที่ว่างเป็นของตนเอง  จากนั้นฟังคำสั่งจากครูสั่งว่าครูสั่งให้นักเรียนอะไร  และทำเมื่อไร  อย่างไร  จาก

นั้นกำหนดเวลาในการทำกิจกรรม

๒.ทำกิจกรรมซ้ำแต่เปลี่ยนเป็นคำสั่งใหม่ที่ไม่เหมือนเดิม  แล้วสังเกตพฤติกรรมนักเรียน

ขั้นสอน

๓.เมื่อนักเรียนได้ทำกิจกรรมไปเบื้องต้นแล้วครูซักถามนักเรียนเกี่ยวกับกิจกรรมที่ทำไปเมื่อข้างต้นว่านักเรียนทำอะไร  ได้รับคำสั่ง

จากใคร  และลักษณะคำสั่งเป็นแบบใด

๔.เมื่อนักเรียนช่วยกันตอบแล้ว  ครูพยายามรวบรวมใจความสำคัญที่นักเรียนได้แสดงออกมาว่ามีอะไรบ้าง

๕.จากนั้นนักเรียนและครูร่วมกันสรุปความหมายของคำสั่งที่ซับซ้อน  และให้นักเรียนทำความเข้าใจใหม่อีกครั้งเกี่ยวกับกิจกรรมที่ทำ

ไป

๖.ให้นักเรียนสรุปใจความอีกครั้งโดยรวบรวมกิจกรรมและความหมายที่ได้สรุปมาแล้วมาสรุปอีกครั้งเพื่อเป็นการทบทวนความเข้าใจ

๗.จากนั้นครูให้นักเรียนออกมาทำกิจกรรมซ้ำอีกครั้ง โดย  ให้ฟังคำสั่งเป็นรายบุคคล  แล้วให้ปฏิบัติตามคำสั่งให้ถูกต้อง

๘.ทำกิจกรรมซ้ำให้ทั่วกันจนเข้าใจกระบวนการการของคำสั่งที่ซับซ้อน

ขั้นสรุป

๙.นักเรียนสรุปความหมายของคำสั่งที่ซับซ้อน  แล้วให้การบ้านนักเรียนกลับไปคิดเกี่ยวกับ  คำสั่งที่ซับซ้อนมาคนละคำสั่ง  ชั่วโมง

ถัดไปจะทดสอบการออกคำสั่งเป็นรายบุคคล

ชั่วโมงที่  ๒

ขั้นนำ

๑.ให้นักเรียนท

แสดงความคิดเห็น

กรุณาป้อน Username / Password ที่ท่านได้ลงทะเบียนไว้กับเว็บไซท์แห่งนี้ หรือ สมัครเป็นสมาชิกของเว็บไซท์
Bold Italic Underline Left Center Right Ordered List Bulleted List Horizontal Rule Page break Hyperlink Text Color :) Quote
คำแนะนำ เว็บไซท์นี้สามารถเขียนข้อความในรูปแบบ มาร์คดาวน์ - Markdown Syntax:
  • วิธีการขึ้นบรรทัดใหม่โดยไม่เว้นช่องว่างระหว่างบรรทัด ให้เคาะเว้นวรรค (Space bar) ที่ท้ายบรรทัดจำนวนหนึ่งครั้ง
  • วิธีการขึ้นย่อหน้าใหม่ซึ่งจะมีการเว้นช่องว่างห่างจากบรรทัดด้านบนเล็กน้อย ให้เคาะ Enter จำนวน 2 ครั้ง

ที่นี่เทศบาลตำบลปริก

สมัครสมาชิก · ลืมรหัสผ่าน