ครูไก่12 ครูไก่12

ขอส่งแผนการสอนคณิตศาสตร์ ป 4หน่วยที่ 3 เรื่องเรขาคณิต 8 คาบ

ครูไก่

by ครูไก่12 @July,25 2009 06.40 ( IP : 61...155 )

เรียนผู้อำนวยการกองการศึกษา
  ด้วยนางสาวณัฏฐืชยา  ศิริพันธ์ ขอส่งแผนการจัดการเรียนร้
สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ชั้น ป4 ให้ทราบ
จึงเรียนมาเพื่อทราบ

                                        นางสาวณัฏฐ์ชยา  ศิริพันธ์

แผนการเรียนรู้ที่ 3.1 จุด เส้นตรง ส่วนของเส้นตรง และรังสี (1 ชั่วโมง)
ความคิดรวบยอด
รูปทรงเรขาคณิต เป็นรูปที่มีประโยชน์ต่อชีวิตประจำวันของคนเรา เราจึง
จำเป็นที่จะต้องเรียนรู้รูปทรงเรขาคณิต และคุณสมบัติต่างๆ ของรูปทรง
สาระการเรียนรู้
1. จุด
2. เส้นตรง
3. ส่วนของเส้นตรง
4. รังสี
จุดประสงค์การเรียนรู้
เมื่อกำหนดจุดให้หนึ่งจุดหรือสองจุด
สามารถเขียนเส้นตรง ส่วนของเส้นตรง
หรือรังสีผ่านจุดที่กำหนดให้ได้ กิจกรรมการเรียนรู้
1) ขั้นเกริ่นนำ
ครูสนทนาซักถามนักเรียนเกี่ยวกับเรื่อง รูปเรขาคณิต
ที่เคยเรียนมาแล้ว โดยแบ่งนักเรียนออกเป็น
2 กลุ่ม แข่งขันกันบอกชื่อรูปเรขาคณิตจากบัตรภาพ
กลุ่มใดตอบถูกต้องที่สุด เป็นฝ่ายชนะ
2) ขั้นสอน
1. ครูสนทนากับนักเรียนเรื่อง จุด เส้นตรง ส่วนของเส้นตรง
และรังสี เกี่ยวกับคำจำกัดความทาง เรขาคณิตรูปร่างลักษณะ การเขียน และการใช้สัญลักษณ์
โดยใช้แผนภูมิ จากนั้นให้นักเรียนสังเกต ความแตกต่างและอภิปรายแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับข้อสังเกตนั้น
2. ครูแบ่งนักเรียนออกเป็น 2 กลุ่ม
ให้กลุ่มที่ 1 ออกมาเขียนรูปเส้นตรง ส่วนของเส้นตรง และรังสี
โดยครูกำหนดชื่อของเส้นตรง ส่วนของเส้นตรง และรังสีให้
แล้วให้กลุ่มที่ 2 เขียนสัญลักษณ์ของ เส้นตรง ส่วนของเส้นตรง และรังสี กำกับไว้ที่รูปที่
นักเรียนกลุ่มที่ 1 เขียน จากนั้นครูและนักเรียน ช่วยกันตรวจสอบความถูกต้อง
3. ครูให้นักเรียนฝึกลากเส้นตรง ส่วนของเส้นตรง
และรังสี ผ่านจุด 1 จุด และ 2 จุด บนกระดาน แล้ว ช่วยกันอภิปรายว่า จุด 1 จุด สามารถลากเส้นตรง ส่วนของเส้นตรง
และรังสี ผ่านจุดได้กี่เส้น
4. ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดใน  มมฐ. คณิตฯ หน้า 44, 45
3) ขั้นสรุป
1. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้ที่ได้จากการศึกษาเกี่ยวกับ
จุด เส้นตรง ส่วนของเส้นตรง และรังสี
2. ครูให้นักเรียนศึกษาสาระการเรียนรู้เพิ่มเติมจาก
  มมฐ. คณิตฯ หน้า 42, 43
สื่อการเรียนรู้
บัตรภาพรูปเรขาคณิต
การประเมินผล
1. สังเกตการบอกลักษณะของจุด เส้นตรง ส่วนของเส้นตรง และรังสี
2. สังเกตการเขียนเส้นตรง ส่วนของเส้นตรง และรังสี
3. ตรวจแบบฝึกหัด


แผนการเรียนรู้ที่ 3.2 มุม (2 ชั่วโมง)
ความคิดรวบยอด
มุม เกิดจากรังสี 2 เส้น ที่มีจุดปลายเป็นจุดเดียวกัน
จุดนี้เรียกว่า จุดยอดมุม และรังสีแต่ละเส้นเรียกว่า แขนของมุม
สาระการเรียนรู้
มุม
จุดประสงค์การเรียนรู้
1. เมื่อกำหนดมุมให้ สามารถบอกชื่อมุม
จุดยอดมุม และแขนของมุมได้
2. เมื่อกำหนดมุมให้ สามารถใช้สิ่งของ
ที่มีลักษณะเป็นมุมฉากช่วยในการให้
  เหตุผลว่า มุมใดเป็นมุมฉาก มุมแหลม
หรือมุมป้าน กิจกรรมการเรียนรู้
1)ขั้นเกริ่นนำ
ครูให้นักเรียนร่วมกันร้องเพลง มุม
พร้อมกับทำท่าทางประกอบเพลงตามจินตนาการ

เพลง มุม
มุม 90 ํ เราเรียกว่า มุมฉาก
มุมเล็กกว่ามุมฉากชื่อติดปากว่า มุมแหลม นะเธอ
มุม 90 ํ เราเรียกว่า มุมฉาก
มุมใหญ่กว่ามุมฉากชื่อต่างหากว่า มุมป้าน นะเธอ
อันว่ามุมตรง คือ มุมขนาดสองมุมฉาก (ซ้ำ)
มุมกลับ จำไม่ยาก คือ มุมใหญ่กว่ามุมตรง
2) ขั้นสอน
1. ครูให้นักเรียนออกมาลากรังสี 2 เส้น
จากจุดจุดเดียวกันบนกระดาน ให้มีรูปแบบต่างๆ แล้วครูกับ นักเรียนสนทนาถึงภาพที่เกิดขึ้น จากรังสี 2 เส้นนั้น
2.ครูให้นักเรียนดูภาพมุมที่นักเรียนวาดไว้บนกระดาน
แล้วครูกับนักเรียนร่วมกันสนทนาถึงรูปแบบ ต่างๆของมุม จากนั้นให้นักเรียนนำกระดาษมาพับครึ่ง
แล้วพับทบอีกครั้งให้รอยพับเดิมทับกันสนิท
แล้วสังเกตมุมที่เกิดขึ้นว่า มีลักษณะอย่างไร
3. ครูสนทนาเรื่อง มุมแหลมและมุมป้าน
โดยให้นักเรียนใช้มุมฉากที่พับไว้เป็นหลักในการ เปรียบเทียบว่า มุมใดเป็นมุมแหลม และมุมใดเป็นมุมป้าน
4.ครูให้นักเรียนสังเกตสิ่งต่างๆ ในห้องเรียนว่า
สิ่งใดประกอบด้วยมุมแหลมหรือมุมป้านบ้าง โดยใช้ การเปรียบเทียบกับมุมฉากที่พับไว้
5. ครูและนักเรียนช่วยกันสรุปความรู้เรื่อง มุม
จากนั้นให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดใน
มมฐ. คณิตฯ หน้า 48, 49
3) ขั้นสรุป
1. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้ที่ได้จากการศึกษาเกี่ยวกับ มุม
2. ครูให้นักเรียนศึกษาสาระการเรียนรู้เพิ่มเติมจาก 
สื่อการเรียนรู้
1. เพลง มุม
2. กระดาษสำหรับพับมุมฉาก
การประเมินผล
1. สังเกตการบอกชื่อมุม จุดยอดมุม และแขนของมุม
2. สังเกตการบอกสิ่งที่เป็นมุมฉาก มุมแหลม และมุมป้าน
3. ตรวจแบบฝึกหัด

แผนการเรียนรู้ที่ 3.3 รูปสี่เหลี่ยมมุมฉากและเส้นทแยงมุม(2 ชั่วโมง)
ความคิดรวบยอด
รูปสี่เหลี่ยมมุมฉากเป็นรูปปิดที่มีด้าน 4 ด้าน และมุม 4 มุม
มุมทุกมุมเป็นมุมฉาก และส่วนของเส้นตรงที่ลากโยงจากจุดยอดมุมที่อยู่ตรงข้ามกัน เรียกว่า
เส้นทแยงมุม
สาระการเรียนรู้
1. รูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก
2. เส้นทแยงมุม
จุดประสงค์การเรียนรู้
1. เมื่อกำหนดแบบรูปสี่เหลี่ยมหรือสิ่งของที่มีส่วนใดส่วนหนึ่งเป็นรูป
  สี่เหลี่ยมให้ สามารถบอกได้ว่า รูปใดหรือส่วนใดของสิ่งของนั้นเป็นรูป
สี่เหลี่ยมมุมฉาก
2. สามารถจำแนกความแตกต่างของรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสและรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า
    พร้อมทั้งบอกลักษณะเส้นทแยงมุมได้

กิจกรรมการเรียนรู้

1) ขั้นเกริ่นนำ ครูให้นักเรียนวาดภาพสิ่งของต่างๆ ที่มีส่วนประกอบเป็นมุมฉาก
มุมแหลม และมุมป้าน ชนิดละ 1 ภาพ พร้อมกับระบายสีให้สวยงาม
แล้วนำเสนอผลงานที่หน้าชั้น
2) ขั้นสอน
1.ครูทบทวนเรื่อง รูปสี่เหลี่ยม แล้วให้นักเรียนหาสิ่งของใน
ห้องเรียนที่มีรูปสี่เหลี่ยมเป็นองค์ประกอบ
2.ครูนำแผนภูมิรูปสี่เหลี่ยมแบบต่างๆ ให้นักเรียนดู
แล้วให้นักเรียนนำมุมฉากที่นักเรียนพับจากกระดาษมาวัดมุมของ
รูปสี่เหลี่ยมต่างๆ แล้วเลือกว่า รูปสี่เหลี่ยมใดที่มีมุมทุกมุมเป็นมุมฉาก ซึ่ง เรียกว่า รูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก จากนั้นให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดใน
มมฐ. คณิตฯ หน้า 52, 53
3.  ครูและนักเรียนร่วมกันสนทนาถึงชนิดของรูปสี่เหลี่ยมมุมฉากว่า
มี 2 ชนิด คือ รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส
และรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า จากนั้นครูให้นักเรียนดูรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส
และสี่เหลี่ยมผืนผ้า แล้วสังเกต ความแตกต่างของรูปสี่เหลี่ยมทั้ง 2 ชนิด
4. ครูให้นักเรียนตัดกระดาษเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส
และรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าจากแบบที่ครูให้ แล้วพับกระดาษให้เป็นรอยพับของเส้นทแยงมุม
2 เส้น ตัดกัน จากนั้นครูและนักเรียนร่วมกันสรุปเกี่ยวกับ เส้นที่เกิดขึ้น
5. ครูให้นักเรียนใช้มุมฉากที่ได้จากการพับกระดาษ
วัดมุมที่ตัดกันของเส้นทแยงมุม แล้วให้นักเรียน บอกว่ารูปสี่เหลี่ยมรูปใดมีมุมที่เกิดจากการตัดกันของเส้นทแยงมุมเป็นมุมฉาก
6.ครูและนักเรียนช่วยกันสรุปความรู้เรื่อง รูปสี่เหลี่ยมมุมฉากและเส้นทแยงมุม
จากนั้นให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดใน  มมฐ. คณิตฯ หน้า 54
3) ขั้นสรุป
1. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้ที่ได้จากการศึกษาเกี่ยวกับ
รูปสี่เหลี่ยมมุมฉากและเส้นทแยงมุม
2. ครูให้นักเรียนศึกษาสาระการเรียนรู้เพิ่มเติมจาก  มมฐ. คณิตฯ หน้า 50 - 52
สื่อการเรียนรู้
1. แผนภูมิรูปสี่เหลี่ยมแบบต่างๆ
2. กระดาษที่พับเป็นมุมฉาก
3. กระดาษสำหรับตัดเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสและผืนผ้า
การประเมินผล
1. สังเกตการวัดขนาดของมุมที่เป็นรูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก
2. สังเกตการบอกความแตกต่างของรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสและรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า
3. สังเกตการบอกลักษณะของเส้นทแยงมุม
4. ตรวจแบบฝึกหัด


แผนการเรียนรู้ที่ 3.4
วงกลมและส่วนประกอบของรูปวงกลม (2 ชั่วโมง)
ความคิดรวบยอด
วงกลม คือ รูปที่มีจุดทุกๆ จุดบนขอบของรูปห่างจากจุดคงที่จุดหนึ่งเท่ากัน
จุดคงที่เรียกว่า จุดศูนย์กลาง และระยะทางที่ห่างจากจุดศูนย์กลางเท่ากัน 
เรียกว่า รัศมี เส้นขอบของรูปเรียกว่า เส้นรอบวง
สาระการเรียนรู้
1. วงกลม
2. ส่วนประกอบของรูปวงกลม
จุดประสงค์การเรียนรู้
เมื่อกำหนดรูปวงกลมให้ สามารถบอกจุดศูนย์กลาง รัศมี และสมบัติพื้นฐาน
ของรูปวงกลมได้ กิจกรรมการเรียนรู้
1) ขั้นเกริ่นนำ ครูให้นักเรียนช่วยกันยกตัวอย่างสิ่งของต่างๆ รอบตัว
ที่มีส่วนประกอบเป็นรูปวงกลม
2) ขั้นสอน 1. ครูสนทนาถึงส่วนประกอบของรูปวงกลม
โดยให้นักเรียนตัดกระดาษเป็นรูปวงกลม แล้วพับครึ่ง ให้เกิดเส้น โดยพับหลายๆ ครั้ง จะเกิดเส้นหลายเส้น
ซึ่งแต่ละเส้นจะตัดกันที่จุดจุดหนึ่ง เรียกว่า จุดศูนย์กลา ง
2. ครูให้นักเรียนสังเกตว่า เส้นทุกเส้นที่เกิดจากการพับรูปวงกลมนั้น
เป็นส่วนของเส้นตรงที่ผ่านจุด ศูนย์กลางทุกเส้น เส้นนี้เรียกว่า เส้นผ่านศูนย์กลาง
จากนั้นให้นักเรียนวัดเส้นที่เกิดจากการพับ โดย
วัดจากจุดศูนย์กลางมายังเส้นขอบของรูป จะพบว่าทุกเส้นมีความยาวเท่ากัน เรียกว่า รัศมี และเส้นที่ เป็นขอบของรูปวงกลม เรียกว่า เส้นรอบวง
3. ครูให้นักเรียนเขียนจุดศูนย์กลาง
แล้วลากเส้นภายในรูปวงกลมของนักเรียนให้เป็นเส้นผ่านศูนย์กลางและรัศมี 4ครูและนักเรียนช่วยกันสรุปความรู้เรื่อง วงกลมและส่วนประกอบของรูปวงกลม
จากนั้นให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดใน  มมฐ. คณิตฯ หน้า 56, 57
3) ขั้นสรุป 1.ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้ที่ได้จ
ากการศึกษาเกี่ยวกับ วงกลมและส่วนประกอบของรูปวงกลม
2. ครูให้นักเรียนศึกษาสาระการเรียนรู้เพิ่มเติมจาก  มมฐ. คณิตฯ หน้า 55, 56

สื่อการเรียนรู้
1. กระดาษสำหรับตัดเป็นรูปวงกลม
2. ไม้บรรทัด
การประเมินผล
1. สังเกตการยกตัวอย่างสิ่งที่มีส่วนประกอบของรูปวงกลม
2. สังเกตการบอกจุดศูนย์กลาง รัศมี และสมบัติพื้นฐานของรูปวงกลม
3. ตรวจแบบฝึกหัด


แผนการเรียนรู้ที่ 3.5 ส่วนของระนาบและเส้นขนาน (1 ชั่วโมง)
ความคิดรวบยอด
ส่วนของระนาบ คือ พื้นผิวของสิ่งที่แบนเรียบ และแผ่ขยายไปได้ไม่สิ้นสุด
และเส้นตรงหรือส่วนของเส้นตรงสองเส้นที่อยู่ในระนาบเดียวกัน จะขนาน
กันก็ต่อเมื่อเส้นตรงหรือส่วนของเส้นตรงสองเส้นนั้นมีระยะห่างเท่ากันตลอด
สาระการเรียนรู้
1. ส่วนของระนาบ
2. เส้นขนาน
จุดประสงค์การเรียนรู้
เมื่อกำหนดเส้นตรงหรือส่วนของเส้นตรงตั้งแต่สองเส้นขึ้นไปอยู่บนระนาบ
เดียวกันให้ สามารถบอกได้ว่า เส้นตรงหรือส่วนของเส้นตรงคู่ใดขนานกัน
กิจกรรมการเรียนรู้
1) ขั้นเกริ่นนำ ครูให้นักเรียนดูภาพจาก  มมฐ. คณิตฯ หน้า 58
  แล้วร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับภาพ
2)ขั้นสอน
1. ครูให้นักเรียนช่วยกันสังเกตว่า สิ่งต่างๆ ในห้องเรียนที่มีพื้นผิวที่แบนราบมีอะไรบ้าง ให้นักเรียน ลองใช้มือสัมผัสพื้นผิวที่แบนราบนั้น แล้วช่วยกันบอกลักษณะของพื้นผิวที่สัมผัส จากนั้นครู อธิบายว่าพื้นผิวเหล่านี้เรียกว่า ส่วนของระนาบ 2. ครูให้นักเรียนดูภาพรางรถไฟ และสังเกตลักษณะของรางรถไฟ แล้วร่วมกันอภิปรายว่า รางรถไฟมี ลักษณะเป็นเส้นคู่ มีระยะห่างเท่ากัน เรียกว่า เส้นขนาน
3. ครูสรุปความหมายของเส้นขนานบนกระดาน แล้วให้นักเรียนช่วยกันยกตัวอย่างสิ่งต่างๆ ที่มี ลักษณะเป็นเส้นขนาน จากนั้นให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดใน  มมฐ. คณิตฯ หน้า 59, 60
4. ครูและนักเรียนช่วยกันสรุปความรู้เรื่อง ส่วนของระนาบและเส้นขนาน จากนั้นให้นักเรียนทำ แบบฝึกหัดใน  มมฐ. คณิตฯ หน้า 61
3) ขั้นสรุป
1. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้ที่ได้จากการศึกษาเกี่ยวกับ ส่วนของระนาบและเส้นขนาน
2. ครูให้นักเรียนศึกษาสาระการเรียนรู้เพิ่มเติมจาก  มมฐ. คณิตฯ หน้า 58, 59

สื่อการเรียนรู้
สิ่งของที่มีพื้นผิวแบนราบ

การประเมินผล
1. สังเกตการยกตัวอย่างสิ่งของที่มีลักษณะเป็นเส้นขนาน
2. สังเกตการบอกลักษณะของเส้นขนาน
3. ตรวจแบบฝึกหัด

แผนการเรียนรู้ที่ 3.6 รูปที่มีแกนสมมาตร
(1 ชั่วโมง)
ความคิดรวบยอด
รูปสมมาตร คือ รูปที่เมื่อพับครึ่งแล้ว รูปแต่ละข้างของรอยพับทับกันสนิท
รอยพับนี้ เรียกว่า แกนสมมาตร
สาระการเรียนรู้
รูปที่มีแกนสมมาตร
จุดประสงค์การเรียนรู้
เมื่อกำหนดรูปเรขาคณิตให้ สามารถบอกได้ว่า รูปใดเป็นรูปที่มีแกนสมมาตร
และบอกแกนสมมาตรได้ กิจกรรมการเรียนรู้
1) ขั้นเกริ่นนำ ครูให้นักเรียนนำกระดาษมาตัดเป็นรูปเรขาคณิต
ตามแบบที่ครูแจกให้ เช่น รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า
รูปสามเหลี่ยมมุมฉาก เป็นต้น แล้วสนทนากันเกี่ยวกับลักษณะของรูปเรขาคณิตแต่ละรูป
2) ขั้นสอน 1. ครูสนทนาทบทวนเรื่อง รูปสมมาตร
โดยให้นักเรียนนำกระดาษรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ามาพับครึ่ง ให้ ด้านและมุมทั้งสองข้างทับกันสนิท เมื่อคลี่ออกจะเกิดรอยพับ
กระดาษที่พับได้นี้เป็นรูปสมมาตร
2. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม ให้แต่ละกลุ่ม
นำกระดาษที่ตัดเป็นรูปเรขาคณิตแบบต่างๆ มาลองหาแกน สมมาตรของรูปเรขาคณิตนั้นโดยการพับ จากนั้นให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดใน
มมฐ. คณิตฯ หน้า 63, 64
3. ครูให้นักเรียนสังเกตว่า รูปเรขาคณิตแต่ละรูปมีแกนสมมาตรรูปละกี่แกน และรูปเรขาคณิตใดบ้างที่ ไม่มีแกนสมมาตร
4. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม ช่วยกันหาแกนสมมาตรของรูปต่างๆ
ที่ไม่ใช่รูปเรขาคณิต แล้วนำเสนอผลงานที่หน้าชั้น
5. ครูและนักเรียนช่วยกันสรุปความรู้เรื่อง รูปที่มีแกนสมมาตร
จากนั้นให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดใน  มมฐ. คณิตฯ หน้า 65
3) ขั้นสรุป
1. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้ที่ได้จากการศึกษาเกี่ยวกับ รูปที่มีแกนสมมาตร
2. ครูให้นักเรียนศึกษาสาระการเรียนรู้เพิ่มเติมจาก  มมฐ. คณิตฯ หน้า 62, 63

สื่อการเรียนรู้
กระดาษสำหรับตัดเป็นรูปเรขาคณิต
การประเมินผล
1. สังเกตการบอกว่ารูปใดมีแกนสมมาตร
2. สังเกตการพับกระดาษ และหาแกนสมมาตรของรูปต่างๆ
3. ตรวจแบบฝึกหัด


แผนการเรียนรู้ที่ 3.7 การออกแบบและการประดิษฐ์ลวดลายโดยใช้รูปเรขาคณิต (1 ชั่วโมง)
ความคิดรวบยอด
รูปเรขาคณิตต่างๆ สามารถนำมาออกแบบและประดิษฐ์ลวดลายต่างๆ ได้
สาระการเรียนรู้
การออกแบบและการประดิษฐ์ลวดลายโดยใช้รูปเรขาคณิต
จุดประสงค์การเรียนรู้
สามารถนำรูปเรขาคณิตมาประดิษฐ์เป็นลวดลายต่างๆ ได้
กิจกรรมการเรียนรู้
1) ขั้นเกริ่นนำ ครูให้ตัวแทนนักเรียนออกมาวาดรูปเรขาคณิต คนละ 1 รูป
พร้อมทั้งบอกว่า เป็นรูปเรขาคณิตอะไร  และมีแกนสมมาตรหรือไม่
2) ขั้นสอน
1. ครูให้นักเรียนดูภาพ หรือภาพที่ครูวาดบนกระดาน
แล้วให้นักเรียนสังเกตว่า ในภาพวาดนั้นมีรูป เรขาคณิตอะไรประกอบอยู่บ้าง
2. ครูให้นักเรียนช่วยกันยกตัวอย่างสิ่งที่อยู่รอบๆ ตัว ที่มีรูปเรขาคณิตเป็นองค์ประกอบ
3. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม แข่งขันกันต่อภาพ
โดยใช้กระดาษแข็งตัดเป็นรูปเรขาคณิตต่างๆ หลายๆ
รูป แล้วนำมาต่อกันให้เกิดเป็นภาพต่างๆ ตามจินตนาการ
จากนั้นส่งตัวแทนกลุ่มออกมานำเสนอ ผลงานพร้อมกับอธิบายถึงรูปเรขาคณิตที่อยู่ในภาพ
4. ครูและนักเรียนช่วยกันสรุปความรู้เรื่อง
การออกแบบและการประดิษฐ์ลวดลายโดยใช้รูปเรขาคณิต
จากนั้นให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดใน    มมฐ. คณิตฯ หน้า 66, 67
3) ขั้นสรุป 1. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้ที่ได้จากการศึกษาเกี่ยวกับ การออกแบบและการประดิษฐ์ ลวดลายโดยใช้รูปเรขาคณิต
2. ครูให้นักเรียนศึกษาสาระการเรียนรู้เพิ่มเติมจาก  มมฐ. คณิตฯ หน้า 66

สื่อการเรียนรู้
1. กระดาษแข็งที่ตัดเป็นรูปเรขาคณิตแบบต่างๆ
2. ภาพวาดที่มีรูปเรขาคณิตประกอบอยู่
การประเมินผล
1. สังเกตการยกตัวอย่างสิ่งต่างๆ ที่มีรูปเรขาคณิตเป็นองค์ประกอบ
2. สังเกตการประดิษฐ์ลวดลายหรือวาดภาพโดยใช้รูปเรขาคณิต
3. ตรวจแบบฝึกหัด





แผนการเรียนรู้ที่ 3.8 แบบรูปของรูปเรขาคณิตและแบบรูปอื่นๆ (1 ชั่วโมง)
ความคิดรวบยอด
แบบรูปเรขาคณิตและแบบรูปอื่นๆ คือ
ความสัมพันธ์ของรูปเรขาคณิตหรือรูป อื่นๆ ที่มีความสัมพันธ์ต่อเนื่องกัน
สาระการเรียนรู้
แบบรูปของรูปเรขาคณิตและแบบรูปอื่นๆ
จุดประสงค์การเรียนรู้
เมื่อกำหนดแบบรูปเรขาคณิตและแบบรูปอื่นๆ ให้ สามารถบอกรูปต่อไปที่อยู่
ในแบบรูปที่กำหนดให้ และบอกความสัมพันธ์ได้
กิจกรรมการเรียนรู้
1) ขั้นเกริ่นนำ ครูใช้บัตรตัวเลขหรือเขียนตัวเลขลักษณะต่างๆ
ให้นักเรียนบอกตัวเลขที่อยู่ถัดไป เช่น 3, 5 , 7, 9,... ตัวเลขที่อยู่ถัดไป คือ 11
2) ขั้นสอน
1. ครูสนทนาทบทวนแบบรูปทางคณิตศาสตร์ที่ใช้ความสัมพันธ์ของตัวเลข
ซึ่งแบบรูปดังกล่าวอาจใช้ รูปเรขาคณิต และรูปอื่นๆ นำมาสร้างให้มีความสัมพันธ์ตามแบบรูปได้
จากนั้นครูยกตัวอย่างแบบ รูปที่ใช้รูปเรขาคณิต และแบบรูปอื่นๆ ให้นักเรียน
ดู 2. ครูให้นักเรียนฝึกหารูปเรขาคณิตหรือรูปอื่นๆ
จากแบบรูปที่ครูกำหนดให้ และร่วมกันสนทนา อภิปรายถึงเหตุผล จากนั้นให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดใน  มมฐ. คณิตฯ หน้า 70, 71 3.
ครูและนักเรียนช่วยกันสรุปความรู้เรื่อง แบบรูปของรูปเรขาคณิตและแบบรูปอื่นๆ จากนั้นให้ นักเรียนทำแบบฝึกหัดใน  มมฐ. คณิตฯ หน้า 72
3) ขั้นสรุป
1. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้ที่ได้จากการศึกษาเกี่ยวกับ แบบรูปของรูปเรขาคณิตและแบบรูปอื่นๆ
2. ครูให้นักเรียนศึกษาสาระการเรียนรู้เพิ่มเติมจาก  มมฐ. คณิตฯ หน้า 68, 69
3. ครูให้นักเรียนทำแบบทดสอบใน  มมฐ. คณิตฯ หน้า 73 - 90
สื่อการเรียนรู้ - การประเมินผล
1. สังเกตการบอกรูปต่อไปที่อยู่ในแบบรูปที่กำหนดให้
2. สังเกตการบอกความสัมพันธ์ของแบบรูป
3. ตรวจแบบฝึกหัด และแบบทดสอบ

แสดงความคิดเห็น

กรุณาป้อน Username / Password ที่ท่านได้ลงทะเบียนไว้กับเว็บไซท์แห่งนี้ หรือ สมัครเป็นสมาชิกของเว็บไซท์
Bold Italic Underline Left Center Right Ordered List Bulleted List Horizontal Rule Page break Hyperlink Text Color :) Quote
คำแนะนำ เว็บไซท์นี้สามารถเขียนข้อความในรูปแบบ มาร์คดาวน์ - Markdown Syntax:
  • วิธีการขึ้นบรรทัดใหม่โดยไม่เว้นช่องว่างระหว่างบรรทัด ให้เคาะเว้นวรรค (Space bar) ที่ท้ายบรรทัดจำนวนหนึ่งครั้ง
  • วิธีการขึ้นย่อหน้าใหม่ซึ่งจะมีการเว้นช่องว่างห่างจากบรรทัดด้านบนเล็กน้อย ให้เคาะ Enter จำนวน 2 ครั้ง

ที่นี่เทศบาลตำบลปริก

สมัครสมาชิก · ลืมรหัสผ่าน