ทรงศรี ทรงศรี

สหกรณ์โรงเรียนกับการพัฒนา เศรษฐกิจแบบพอเพียง

กองการศึกษา

by ทรงศรี @January,20 2009 23.32 ( IP : 61...219 )

วันนี้  ได้อ่านพบเรื่องสหกรณ์โรงเรียนกับการพัฒนาเศรษฐกิจแบบพอเพียงที่น่าสนใจ  จึงนำมาลงไว่ให้อ่านลองศึกษาดู
ว่าเราน่าจะทำได้  หรือไม่

สหกรณ์โรงเรียนกับการพัฒนาเศรษฐกิจแบบพอเพียง ว่าที่ร้อยโทบุญเลิศ เขียนวงศ์
        เศรษฐกิจเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการทำมาหากินเพื่อให้ได้ปัจจัยพื้นฐาน 4 อย่างคือ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย
และยารักษาโรค ซึ่งจำเป็นต่อการดำรงชีวิตอยู่ในโลกอย่างมีความสุข การหาปัจจัยพื้นฐานมาตอบสนองความต้องการ
ของแต่ละคน หาได้ไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับความสามารถและโอกาสของแต่ละคนที่จะเอื้ออำนวยให้ได้ปัจัยเหล่านี้
โดยเฉพาะในปัจจุบัน ประเทศกำลังประสบภาวะวิกฤตทางเศรษฐกิจตกตกต่ำ ทางด้านการเงินการคลัง ทำให้โอกาสใน
การลงทุนลดลง ถึงแม้คนจะมีความสามารถ ก็ยังขาดโอกาสในการแข่งขันระดับโลก เนื่องจากเงินทุนไม่เอื้ออำนวย
ทำให้ความสามารถในการหาปัจจัยพื้นฐานได้ต่ำ ไม่เพียงพอต่อการบริโภคก่อให้เกิดเป็นความเดือดร้อนต่อคนทั้ง
ประเทศในขณะนี้
      พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัสชี้แนะแนวทางการดำเนินชีวิตแก่พสกนิกรชาวไทยแก้ไขปัญหา
เศรษฐกิจ เพื่อให้รอดพ้นและสามารถดำรงอยู่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน ภายใต้กระแสโลกาภิวัฒน์และความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ตั้งแต่ระดับครอบครัว ระดับชุมชน จนถึงระดับรัฐ ทั้งวในการพัฒนาและบริหารประเทศโดยใช้ปรัชญาเศรษฐกิจ
แบบพอเพียง
        เศรษฐกิจแบบพอเพียงหมายถึง การทำมาหากินอย่างพอประมาณมีเหตุผล รวมถึงความจำเป็นที่จะต้องมีระบบภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีพอ สมควร ต่อการมีผลกระทบใด ๆ อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทั้งภายนอกและภายในอย่างระมัดระวัง และรอบคอบ และขณะเดียวกันจะต้องเสริมสร้างพื้นฐานจิตใจของคนในชาติ ให้มีสำนึกในคุณธรรมความซื่อสัตย์สุจริต และให้มีความรู้ที่เหมาะสมที่จะดำเนินชีวิตด้วยความอดทน ความเพียรมีสติปัญญา และความรอบคอบเพื่อให้สมดุลและพร้อมต่อการรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและกว้างขวางทั้งด้านวัตถุ สังคมสิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรมจากโลกภายนอกได้เป็นอย่างดี ซึ่งการพัฒนาเศรษฐกิจให้เป็นตามหลักการเศรษฐกิจอย่างพอเพียง จะต้องเป็นการสร้างจิตสำนึกของคนในชาติให้เปลี่ยนนิสัยในการดำรงชีวิตและการทำมาหากินเสียใหม่ ให้ยึด ทางสายกลาง มีความรอบคอบ ระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้น วิธีปฏิบัติที่ชัดเจนและสามารถนำไปปฏิบัติให้เป็นรูปธรรมได้ และแพร่หลายในหมู่ประชาชนอย่างยั่งยืนจะต้องใช้หลักการของสหกรณ์มาปฏิบัติ เพราะว่า สหกรณ์ คือองค์การธุรกิจอย่างหนึ่งที่จัดตั้งและดำเนินงานโดยกลุ่มบุคคลที่เป็นสมาชิก เพื่อหาทางแก้ปัญหา ความเดือดร้อน ทางด้านเศรษฐกิจและวังคมร่วมกัน โดยถือหลักความสมัครใจ หลักการช่วยเหลือตนเอง และช่วยเหลือซึ่งกันและกัน หลักความเสมอภาคและความยุติธรรม หลักระชาธิปไตย สอดรับกับปรัชญา เศรษฐกิจแบบพอเพียงการที่จะทำให้ กระบวนการสหกรณ์ได้เผยแพร่จนกลายเป็นวิถีชีวิตของประชาชน จะต้องเริ่มที่โรงเรียน เพราะที่โรงเรียนจะประกอบด้วยบุคคล 2 กลุ่ม คือผู้เรียน ซึ่งเขาเหล่านี้ต้องเป็นประชาชนรุ่นใหม่ที่เป็นอนาคตของประเทศชาติ ที่พร้อมจะฝึกและเรียนรู้พฤติกรรมต่าง ๆ ที่สังคมต้องการและบุคคลอีกกลุ่มหนึ่งคือครูซึ่งบุคคลที่มีหน้าที่ในการฝึกนักเรียนที่อยู่ในโรงเรียน และประพฤติตนเป็นตัวอย่างแก่บุคคลในสังคม
        จากข้อสังเกตของผู้เขียนพบว่าเมื่อประเทศประสบกับภาวะวิกฤติทางเศรษฐกิจ ระบบการเงิน การธนาคาร
ซึ่งประชาชนทั่วไปมองว่ามั่นคงกลับมีการปิดตัวและล้มเลิกหลายแห่ง เกิดภาวะหนี้เสียล้นธนาคาร แต่สหกรณ์ก็สามารถดำรงอยู่ได้อย่างมั่นคง ไม่มีผลกระทบ    ทางตรงกันข้ามกลับมีเงินจากสมาชิกไหลเข้ามาในระบบสหกรณ์เพิ่มขึ้น
โดยเฉพาะสหกรณ์ออมทรัพย์ของครู แม้ว่าจะมีทั้งจุดเด่นและจุดด้อยที่ต้องพัฒนาต่อไปก็ตามแสดงให้เห็นว่าหลักการ
สหกรณ์เป็นสิ่งที่ถูกต้อง เพราะเป็นหลักการที่สอดคล้องกับหลักการของเศรษฐกิจแบบพอเพียง    ตามกระแสพระราชดำรัสของพระเจ้าอยู่หัว ทำให้สหกรณ์ดำรงอยู่ได้ท่ามกลางกระแสธารของการเปลี่ยนแปลงที่เชี่ยวกรากถึงแม้นการ
ดำเนินการของสหกรณ์ในอดีตที่ผ่านมาจะมีปัญหาอยู่บ้างแต่ก็เป็นปัญหาซึ่งพอแก้ไขได้ไม่มีผลทำให้ระบบสหกรณ์ล่มสลายขณะนี้นับว่าเป็นโอกาสอันดีที่จะใช้จุดแข็งของระบบสหกรณ์มานำเสนอเพื่อสร้างอุดมการณ์สหกรณ์ที่ถูกต้องให้กับสมาชิกสหกรณ์และปลูกฝังทัศนคติของประชาชนให้มีความศรัทธาและเชื่อมั่นว่าระบบสหกรณ์จะทำให้เกิดความมั่นคงในการดำรงชีวิต  โดยอาศัยสหกรณ์โรงเรียน
      แนวทางดำเนินการสหกรณ์โรงเรียนให้สนับสนุนระบบเศรษฐกิจแบบพอเพียง
1.ปฏิรูประบบสหกรณ์โรงเรียน การดำเนินงานของสหกรณ์โรงเรียนจากอดีตจนปัจจุบันจะเน้นดำเนินการในเรื่องของรูปแบบ และที่ตั้งของสหกรณ์มากกว่าหลักการสหกรณ์ คือเน้นเปลือกมากกว่ากระพี้ จึงปรากฏเป็นการทั่วไปในทุกโรงเรียนเล็ก ๆ ก็แบ่งซอยห้องเรียนที่เต็มไปด้วยรูปแบบของร้านค้า ถ้าเป็นโรงเรียนเล็ก ๆ ก็แบ่งซอยห้องเรียนเป็นห้องร้านค้าสหกรณ์ ถ้าเป็นโรงเรียนใหญ่มีเนื้อที่มากก็ใช้ทั้งห้อง หรือสร้างแบ่งเป็นอาคารสหกรณ์ต่างหาก ดำเนินการโดยการขายหุ้นกับเด็กนักเรียนและครู    ซึ่งการดำเนินการทั้งหมด    ก็จะเกิดจากการสั่งการของผู้บริหารที่ต้องการก่อตั้งสหกรณ์
ในโรงเรียนให้ได้ ผู้เป็นสมาชิกรู้แต่เพียงว่าได้ซื้อสินค้าราคาถูก และได้ปันผลเมื่อตอนสิ้นปี การดำเนินการธุรกิจก็ไม่แตกต่างกับร้านค้าธรรมดาเน้นการขายให้ได้ดำเนินการธุรกิจก็ไม่แตกต่างกับร้านค้าธรรมดา เน้นการขายให้ได้กำไรเป็นหลัก ถ้าขาดทุนก็ถือว่าร้านค้าสหกรณ์ล้มเหลว  ไม่มีการเรียนรู้เกี่ยวกับกำไรขาดทุน ไม่มีการเชื่อมโยงการเรียนรู้สหกรณ์ กับการเรียนการสอนในห้องเรียน สหกรณ์ร้านค้ากับการเรียนการสอนจะไม่สัมพันธ์กัน เพราะครูกลัวสหกรณ์ร้านค้าขาดทุน ไม่ไว้ใจนักเรียน ทำไปทำมาผู้บริหารโรงเรียน ก็มอบหมายหน้าที่ให้ครูคนใดคนหนึ่งเป็นแม่ค้าประจำโรงเรียน ทำหน้าที่ค้าขายสินค้าในร้านค้าสหกรณ์ในรูปแบบร้านขายสินค้าธรรมดา ๆ เท่านั้น
      ถ้าสหกรณ์โรงเรียนยังเป็นในแบบนี้อีกต่อไป ก็คงหวังไม่ได้ที่จะให้สหกรณ์ช่วยพัฒนา ระบบเศรษฐกิจแบบพอเพียงเกิดขึ้นจนเป็นลักษณะนิสัยประจำตัวประชาชนของประเทศได้ มีวิธีเดียวก็คือต้องปฏิรูประบบสหกรณ์โรงเรียน โดยการยกเลิกร้านค้าสหกรณ์โรงเรียนที่มีอยู่เดิมทั้งหมดให้การก่อตั้งสหกรณ์เป็นผลผลิตของการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน
สหกรณ์ในห้องเรียน แล้วแสดงออกมาเป็นผลงานในรูปของสหกรณ์แบบต่าง ๆ ตามความต้องการของผู้เรียน การดำเนินการสหกรณ์ไม่เน้นกำไรที่เป็นตัวเงินแต่เน้นกำไรที่การเรียนรู้ในหลักการของสหกรณ์ซึ่งจะเป็นปลูกฝังและฝึกนิสัยพื้นฐานที่นำไปสู่การเป็นสมาชิกสหกรณ์ที่ดี และการดำรงชีพแบบเศรษฐกิจแบบพอเพียงเช่น นิสัยการอดออม การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ความซื่อสัตย์ การไม่เอารัดเอาเปรียบคนอื่น การรู้จักประมาณตนในการใช้จ่าย การทำงานเป็นกลุ่ม
การเคารพในกฎเกณฑ์ของสังคม เป็นต้น ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้ต้องใช้เวลาการฝึกอย่างต่อเนื่อง       2.ปฏิรูปหลักสูตรการเรียนการสอนสหกรณ์ในโรงเรียน หลักสูตรการเรียนการสอนสหกรณ์ต้องมีลักษณะที่สามารถบูรณาการเข้าไปในทุกวิชา และเน้นเป็นพิเศษสำหรับกลุ่มวิชาที่มีกิจกรรมภาคปฏิบัติและมีผลผลิต ที่เป็นงานผีมือของนักเรียน เมื่อจะให้นักเรียนผลิตผลงานออกมา ครูผู้สอนต้องนำหลักการของสหกรณ์มาแทรกทันทีตั้งแต่เริ่มต้นคิดผลิต
การผลิต และการขายผลผลิต ซึ่งกระบวนการก็จะจบลงเป็นครั้ง ๆ เมื่อกลุ่มเขาสามารถจัดเก็บผลผลิตได้ทั้งหมดเมื่อมีการผลิตผลงานใหม่ก็มีรวมกลุ่มกันอีกวิธีนี้จะเป็นการเรียนรู้เกี่ยวกับสหกรณ์อย่างเป็นรูปธรรม และผู้เรียนไม่เกิดความเบื่อหน่าย เพราะนักเรียนได้ปฏิบัติ จริงแถมยังมีรายได้ในระหว่างเรียน เป็นการปลูกฝังหลักการสหกรณ์ ให้ติดตัวเป็นนิสัยโดยอัตโนมัติ ผู้เรียนก็สนุกสนานและมีความสุขในระหว่างเรียน  มีผลพลอยได้เกี่ยวกับการสอนการปกครอง
ในระบบประชาธิปไตยอีกทางหนึ่ง
      3.ปฏิรูปการพัฒนาครูผู้สอน ถึงเวลาแล้วที่กระทรวงศึกษา จะต้องกำหนดเป็นข้อบังคับให้หลักสูตรวิชาสหกรณ์
เป็นวิชาหนึ่งที่ผู้จะประกอบอาชีพครูทุกคน จะต้องฝึกอบรมหรือเรียนรู้ และข้าราชการครูต้องเป็นสมาชิกสหกรณ์ประเภทใดประเภทหนึ่ง เพราะเมื่อครูทุกคนเข้าใจในหลักการของสหกรณ์แล้ว ก็จะสามารถนำหลักการสหกรณ์ไปบูรณาการในการเรียนการสอน ได้อย่างถูกต้องเหมาะสมโดยไม่ต้องบังคับให้ไปก่อตั้งสหกรณ์ขึ้นในโรงเรียน แต่ให้ครูไปส่งเสริม
การปฏิบัติเกี่ยวกับกิจกรรมสหกรณ์ ให้เกิดขึ้นในการเรียนการสอนตามปกติตลอดเวลา แล้วสหกรณ์โรงเรียนก็จะเกิดขึ้นได้จากผลการเรียนการสอนนั้นเอง...

แสดงความคิดเห็น

กรุณาป้อน Username / Password ที่ท่านได้ลงทะเบียนไว้กับเว็บไซท์แห่งนี้ หรือ สมัครเป็นสมาชิกของเว็บไซท์
Bold Italic Underline Left Center Right Ordered List Bulleted List Horizontal Rule Page break Hyperlink Text Color :) Quote
คำแนะนำ เว็บไซท์นี้สามารถเขียนข้อความในรูปแบบ มาร์คดาวน์ - Markdown Syntax:
  • วิธีการขึ้นบรรทัดใหม่โดยไม่เว้นช่องว่างระหว่างบรรทัด ให้เคาะเว้นวรรค (Space bar) ที่ท้ายบรรทัดจำนวนหนึ่งครั้ง
  • วิธีการขึ้นย่อหน้าใหม่ซึ่งจะมีการเว้นช่องว่างห่างจากบรรทัดด้านบนเล็กน้อย ให้เคาะ Enter จำนวน 2 ครั้ง

ที่นี่เทศบาลตำบลปริก

สมัครสมาชิก · ลืมรหัสผ่าน